เปรียบเทียบแพ็คเกจ, ราคา

GPS ติดตามยานพาหนะ

ที่ตอบโจทย์ความต้องการคุณ

Loading

ความหมาย ของสีในแผนที่ มีมากกว่าความสวยงาม

        ในห้องเรียนปัจจุบันนี้ ทั้งระดับปฐมและมัธยมศึกษาน่าจะพอมีให้เห็นแผนที่ทางภูมิศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางถนน ทางรถไฟ เขตแดนภูเขาและแม่น้ำที่มีสีสันแตกต่างกันไป หลายคนคงเคยเห็นคงมีคนเข้าใจบ้างและไม่เข้าใจบ้าง แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่ารูปของแผนที่ทางภูมิศาสตร์ที่เห็นกันมันเป็นภาพถ่ายทางดาวเทียมที่แสดงให้เห็นภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศ ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานในการถ่ายรูปทางดาวเทียมมากขึ้น ทำให้ระบบแผนที่ดูสมจริงยิ่งขึ้นนั่นคือระบบ Geographic Information System หรือ GIS ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จะให้ภาพที่สวยงามสีสันที่สดใสและสมจริงมากกว่าแผนที่ระบบเดิม  ซึ่ง สีในแผนที่ ที่แสดงออกมาทางภาพถ่ายจะมีความหมายที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบได้ดังนี้

  1. สีที่ใช้จำแนกผังเมืองต่าง เช่น
  • 1.1   สีเหลือง คือ ที่ดินที่มีที่อยู่อาศัยหนาแน่นเล็กน้อย
  • 1.2  สีแดง คือ ที่ดินที่อยู่ในโซนพานิชยกรรมและที่พักอาศัยหนาแน่นในปริมาณที่มาก
  • 1.3   สีเขียว คือ บริเวณที่ดินที่เป็นชนบทและทำเกษตรกรรม
  • 1.4   สีน้ำเงิน คือ ที่ดินสำหรับสาธารณูปโภค
  1. สีที่บ่งบอกประเภทของพื้นดิน ซึ่งพื้นดินจะถูกแบ่งออกเป็น 5ตามระดับความสูงชัน
  • 2.1   สีขาว หมายถึงบริเวณที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี
  • 2.2   สีน้ำตาล หมายถึงบริเวณที่เป็นภูเขาที่สูงมาก
  • 2.3   สีเหลืองแก่ หมายถึง บริเวณที่แสดงถึงภูเขาที่สูง
  • 2.4   สีเหลือง หมายถึง บริเวณที่แสดงให้เห็นถึงเนินเขาไปจนถึงที่สูง
  • 2.5   สีเขียว หมายถึง ที่ราบต่ำในเขตเมืองหรือเกษตรกรรม มีต้นไม้ที่เยอะมากมาย
  1. สีที่บ่งบอกถึงพื้นน้ำ เป็นสีที่ดูง่ายมากที่สุด เพราะในแผนที่จะมีสีฟ้ามากที่สุดและมีการไล่ระดับของโทนสีจากอ่อนไปหาเข้มคือการบ่งบอกถึงความลึก-ตื้นของแม่น้ำและทะเลนั้น
  • 3.1  สีน้ำเงินเข้ม บ่งบอกถึงระดับความลึกของทะเลหรือมหาสมุทรที่บริเวณนั้นมีความลึกมาก
  • 3.2 สีน้ำเงินธรรมดา แสดงถึงผืนน้ำที่เป็นทะเลลึกหรือมหาสมุทร
  • 3.3 สีฟ้าเข้ม คือบริเวณที่แสดงความลึกของอ่าวและชายทะเล
  • 3.4 สีฟ้า หมายถึง ผืนน้ำที่เป็นแม่น้ำ ชายทะเล ที่ลึกไม่มาก

ส่วนสีที่ใช้แทนสัญลักษณ์ในแผนที่ ประกอบไปด้วย

  1. สีดำ สิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น บ้าน วัด ทางรถไฟ
  2. สีแดง คือถนนสายหลักหรือพื้นที่สำคัญและหวงห้าม
  3. สีน้ำเงิน หมายถึงแม่น้ำ ลำคลอง บึง ทะเล
  4. สีเขียว แสดงถึงบริเวณที่เป็นป่ามีต้นไม้นานาชนิด
  5. สีน้ำตาล หมายถึงเส้นขอบเขาที่มีความสูง

ทั้งหมดนี้เป็น สีในแผนที่ ที่บอกรายละเอียดในแผนที่ให้คนทั่วไปได้ศึกษาถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่นั้น ๆ เป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้รับทราบข้อมูลหากได้มีโอกาสเดินทางไปในภูมิประเทศเหล่านั้น หรือการเดินทางไปเที่ยวทางภาคเหนือของประเทศไทยก็จะสามารถรู้ได้เลยว่าพื้นที่ที่ไปอยู่ในระดับความสูงแบบไหน ป่าไม้เยอะหรือไม่และอยู่ในจุดที่สูงจากระดับน้ำทะเลเท่าไร

        เมื่อนำสีที่กล่าวมาข้างต้นทำเป็นสัญลักษณ์และแทนที่ด้วยสีต่าง ๆ ในระบบแผนที่ใน GPS ก็จะทำให้รู้ว่าสีที่อยู่ในแผนที่มีความหมายอย่างไร ซึ่งหากทำการศึกษาก็จะไม่ยากเลยที่จะอ่านค่าสีใน GPS ได้เพื่อความสะดวกในการเดินทางกับระบบ GPS มาก

  1. สีเขียว แสดงออกถึงความร่มรื่นของป่าไม้ เมื่ออยู่ใกล้จะทำให้รู้สึกสดชื่น เมื่อจับมาใส่ในแผนที่ระบบ GPS แล้ว สีเขียวจะแสดงถึงความโล่ง ปลอดโปร่งของการจราจร ณ บริเวณนั้น ไม่ติดขัดสามารถวิ่งทำความเร็วได้สะดวกและสามารถใช้เวลาไม่นานในการไปถึงที่หมายได้
  2. สีเหลือง แสดงถึงความขัดแย้งเล็กน้อย บ่งบอกถึงการจราจรบริเวณนั้น มีปัญหาแต่ไม่มากยังสามารถเคลื่อนตัวได้ มีติดขัดบ้างเล็กน้อย แต่ยังสามารถไปได้แบบช้า ๆ
  3. สีแดง คือความขัดแย้งอย่างรุนแรง ทำให้นึกถึงสภาพการจราจรของกรุงเทพมหานครในตอนชั่วโมงเร่งด่วนที่ทุกคนต่างอยากจะไป โดยไม่คำนึงถึงสภาพการจราจรช่วงนั้นว่าไปได้หรือไม่ ทำให้เกิดการจราจรที่ติดขัดหลาย ๆสิบนาทีจนถึงหลายชั่วโมง

ท้ายที่สุดนอกจาก สีในแผนที่ แล้ว ยังคงมีสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในแผนที่ ที่ทางระบบ GPS ได้ใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาสถานที่สำคัญ ๆ ที่ต้องการจะเดินทางไป เช่น รูปเครื่องหมายสภากาชาด ซึ่งหมายถึงโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด รูปเตียงนอนก็บอกถึงที่พักหรือโรงแรมในระแวกนั้น สัญลักษณ์ทางรถไฟ หมายเลขทางหลวงและเบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ ๆ ที่ทำให้เจ้าของรถสะดวกต่อการใช้งาน แถมGPS ที่มีการประยุกต์ใช้กับระบบ GIS ด้วยแล้วจะสามารถทำให้การใช้ระบบแผนที่ออกมาเป็นระบบที่เจ๋งที่สุด เนื่องจาก GPS ใช้บอกพิกัดที่มีความแม่นยำ ส่วน GIS ใช้สร้างแผนที่ให้ออกมาเป็นชั้น ๆเสมือนสามมิติที่ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

โดย สีในแผนที่ ก็จะคอยบอกว่าพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่นี้มีความสูงชันเพียงใด หากนำไปใช้งานที่วิ่งรถขึ้นผู้เขาก็จะรู้ถึงความชันของถนนอยู่ระดับใด ผู้ขับจะได้วางแผนในการขับรถไปถูกต้อง ว่าจะใช้เกียร์ต่ำในระดับไหนหรือต้องจอดแวะพักที่ใด เพื่อป้องกันจากการขับรถทางไกลแล้วเกิดอาการเหนื่อยล้า อีกทั้งสามารถที่จะบอกพิกัดของปั๊มน้ำมันว่าอยู่ห่างเพียงไรจะได้เตรียมตัวชะลอรถเพื่อที่จะเข้าใช้งานที่ปั๊ม