เปรียบเทียบแพ็คเกจ, ราคา

GPS ติดตามยานพาหนะ

ที่ตอบโจทย์ความต้องการคุณ

Loading

รู้หรือไม่ Latitude Longitude คืออะไร?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากเราต้องการเดินทางไปไหนมาไหนในสมัยนี้จะต้องใช้แผนที่โดยใช้ระบบ GPS เป็นตัวช่วยในการบอกเส้นทาง ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางไปทำงานของชาวเมืองกรุงที่ต้องเจอกับรถติดทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ พวกเขาจะต้องใช้ระบบ GPS เป็นตัวช่วยในการบอกเส้นทางลัดและเป็นตัวบอกความหนาแน่นของการจราจร หรือไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของคนส่งของหรือที่เราเรียกกันว่า Messenger นั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบ GPS เข้ามาเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการส่งของไปให้ถึงยังปลายทางด้วยเหมือนกัน ซึ่งระบบ GPS มีการทำงานร่วมกับอุปกรณ์รับสัญญาณและสิ่งที่จะขาดไม่ได้แล้วคุณเองอาจจะยังไม่รู้ว่า ระบบ Latitude Longitude คือ สิ่งที่สำคัญอย่างมากในการทำงานของระบบ GPS วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Latitude Longitude กันให้มากขึ้น

ทำความรู้จักกับระบบ GPS กันก่อน

เพราะระบบ GPS เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณทำความรู้จักกับ Latitude Longitude ได้ง่ายมากขึ้น คุณอาจจะไม่รู้ว่าการที่เราเข้าไปใช้งานสื่อ Social media ต่าง ๆ เช่น Facebook แล้วทำการเช็คอินบน Facebook นั้นก็เป็นหนึ่งในการใช้งานระบบ GPS ผ่านมือถือหรือบน Desktop เหมือนกันนะ ซึ่งเจ้า GPS นี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่การบอกตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งที่เราต้องการรู้เท่านั้น แต่มันยังสามารถใช้ประโยชน์ทางภูมิศาสตร์ด้วย คือ

  1. สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อเป็นประโยชน์กับสังคมได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง สามารถนำไปใช้ถ่ายภาพทางอากาศ
  2. ใช้ในการสอดแนมที่ใช้ในระบบทางทหารนั่นเองและสิ่งที่น่าสนใจแล้วยังเป็นนวัตกรรมที่นานาชาติต่างเล็งเห็นถึงประโยชน์ของมันก็คือการใช้โดรนติดกับเครื่อง GPS เพื่อให้โดรนบินไปยังพิกัดที่เราสามารถระบุได้แล้วให้บินกลับมาตำแหน่งเดิมที่ปล่อยโดรนออกไปก็ยังได้

เห็นไหมล่ะว่า GPS มันมีประโยชน์มากแค่ไหน? หากใครกำลังมองข้ามประโยชน์ของ GPS และไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลแล้วก็ถือว่าคุณพลาดมากเลยทีเดียว เพราะยุคนี้เป็นยุคแห่งการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

อย่างที่เรารู้กันว่าระบบ GPS นั้นเป็นระบบที่สามารถบอกพิกัดหรือตำแหน่งของสิ่งที่อยู่บนผิวโลกได้ ซึ่งการที่ระบบ GPS สามารถบอกพิกัดได้นั้นมันจำเป็นต้องใช้ระบบบอกพิกัดด้วยเหมือนกัน โดยระบบบอกพิกัดนั่นก็คือ latitude และ ค่า longitude คุณอาจจะได้ยินและคุ้นหูกับคำสองคำนี้มาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ประถมศึกษามาบ้าง เพราะคำสองคำนี้ถูกใช้ในการเรียนการสอนวิชาภูมิศาสตร์นั่นเอง เอาล่ะ! อย่ารอช้า ทั้งสองคำนี้มันคืออะไรเรามาดูกันเลยดีกว่า

Latitude Longitude คือ

เส้นที่มนุษย์สมมติขึ้น สร้างมีประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด

เส้น latitude จะนับจาก 0 องศา เป็นเส้นที่ใช้บอกตำแหน่งซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ ส่วนเส้นที่เราเรียกว่า longitude นั้นเป็นเส้นแนวตั้งที่พาดตรงกลางของโลกและทำให้โลกเรามองภาพออกว่าโลกนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่ากันเหมือนกันเส้น latitude ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโลกของเราได้ ดังนี้

  1. เพื่อใช้บอกตำแหน่งพิกัดของวัตถุที่อยู่บนผิวโลก เราขอย้ำว่าค่า latitude และค่า longitude ใช้บอกตำแหน่งพิกัดของวัตถุที่อยู่บนผิวโลกเท่านั้น ไม่ได้เป็นค่าที่ใช้บอกถึงตำแหน่งของวัตถุที่อยู่ใต้ผิวโลกได้ ซึ่งหากเราจินตนาการตามเราจะมองภาพได้เลยว่าหากมีเส้น latitude และ Longitude คลุมอยู่ทั่วทั้งผิวโลก โลกของเราก็เหมือนมีตาข่ายคลุมเอาไว้อยู่นั่นเอง
  2. เส้น latitude นั้นเป็นเส้นแนวนอนที่พาดขวางโลกตรงกลางเอาไว้ทำให้โลกเรามองภาพออกว่าโลกนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่ากัน  ซึ่งโลกนั้นถูกแบ่งด้วยเส้นแนวตั้ง

เส้น longitude มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า เส้นเมอริเดียน หากนับจาก 0 องศาแล้วเส้น longitude เป็นเส้นที่ใช้แบ่งซีกโลกตะวันออกกับโลกโลกตะวันตกนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านี้เส้น Latitude Longitude คือ เส้นที่ยังมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเวลาอ่านค่าของเส้นทั้งสองนี้เราจะต้องอ่านทั้งค่าองศาและทิศของเส้นแต่ละเส้น แล้ว latitude และ longitude ก็ยังถูกแบ่งออกซีกโลกละ 180 เส้นเลายทีเดียว นั่นหมายความว่าหากคุณทราบเพียงแค่องศาของเส้นแต่ละเส้นมันไม่อาจเพียงพอในการบอกข้อมูล คุณจะต้องอ่านค่าทิศให้ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • หากคุณต้องการอ่านค่าเส้น latitude เส้นที่ 5 จากซีกโลกใต้ อ่านว่า ละติจูดที่ 5 องศาใต้ แต่หากคุณอ่านค่าเส้น latitude เส้นที่ 100 จากซีกโลกเหนือ อ่านว่า ละติจูดที่ 100 องศาเหนือ
  • เส้น longitude เส้นที่ 10 จากซีกโลกตะวันตก อ่านว่า ลองจิจูดที่ 10 องศาตะวันตก แต่หากเป็นเส้น longitude เส้นที่ 88 จากซีกโลกตะวันออก อ่านว่า ลองจิจูดที่ 88 องศาตะวันออก

นอกจากค่าองศานี้ยังมีการอ่านหน่วยย่อยขององศาที่ละเอียดมากกว่านั่นคือ ลิปดา และฟิลิปดา ซึ่งการอ่านหน่วยย่อยขององศาสนี้จะอ่านค่าของเส้น latitude ก่อน แล้วตามด้วย longitude จากนั้นจึงอ่านค่าองศาก่อน แล้วค่อยตามด้วยการอ่านลิปดาและฟิลิปดาทีหลัง ยกตัวอย่างหากคุณเปิด GPS แล้วเจอค่า 45°3680N 180°6525E ในการอ่าน Latitude Longitude คือ ละติจูดที่ 45 องศา 36 ลิปดา 80 ฟิลิปดา เหนือ ลองจิจูดที่ 180 องศา 65 ลิปดา 25 ฟิลิปดา ตะวันออก

หากคุณทราบว่า Latitude Longitude คือ ก็จะเป็นประโยชน์กับคุณไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือแม้แต่การเดินทางทั่วไปนั้นก็จะทำให้คุณสามารถใช้เทคโนโลยีของ GPS ได้ง่ายขึ้น เพราะคุณรู้จักเส้นทั้งสองเส้นอย่าง latitude และ longitude แล้วนั่นเอง