หนี้เสีย คืออะไร? ก่อนเป็นหนี้มาทำความรู้จักกันก่อน

        สถานะทางการเงินที่เป็น หนี้เสีย คือ สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้จักและไม่ทราบว่าส่งผลกระทบต่อประวัติกับทางสถาบันทางการเงินมากน้อยแค่ไหน วันนี้เรามาทำความรู้จักกับหนี้เสียกันให้มากขึ้นก่อนไปเป็นหนี้กันดีกว่า เพราะการเป็นหนี้เสียนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีและเป็นสถานะที่หลายคนอยากเลีกเลี่ยง ว่าแต่หนี้เสียที่ว่านี้คืออะไรแล้วจะเป็นอย่างไรหากเป็นหนี้เสียเรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

หนี้เสีย คือ อะไร?

      หนี้เสีย คือ สถานะทางการเงินที่ทางสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของหนี้รายงานว่ามีการชำระหนี้เกินระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งสถานะของการเป็นหนี้เสียนี้ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Non-Performing Loan ทางสถาบันการเงินจะรายงานไปที่เครดิตบูโร หรือ NCB คำพูดที่เราเรียกกันทั่วไปคือการติดเครดิตบูโร หากสถานะทางการเงินของคนไหนที่ติดบูโรก็หมายความว่ามีการชำระหนี้ไม่ตรงเวลาและเลยกำหนดเวลาที่ทางสถาบันการเงินกำหนดเอาไว้ให้ชำระนั่นเอง

หนี้เสียเกิดขึ้นเมื่อไร?

        เมื่อไหร่ที่ก็ตามที่คุณมีหนี้ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรกดเงินหรือสินเชื่อประเภทอื่น ๆ แล้วถึงกำหนดชำระหนี้แล้วคุณไม่สามารถชำระได้ตามระยะเวลาที่ทางสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้กำหนดคุณก็มีสิทธิ์เป็นหนี้เสียได้ โดยระยะเวลาในการชำระหนี้นั้นมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของทางธนาคารและเงื่อนไขของประเภทสินเชื่อ โดยปกติแล้วหากคุณชำระหนี้ช้าไปประมาณ 1-2 เดือนทางสถาบันการเงินเจ้าหนี้ก็จะแจ้งข้อมูลไปยังเครดิตบูโร แต่เมื่อไหร่ที่คุณชำระหนี้ล่าช้าเกิน 90 วันขึ้นไปทางสถาบันการเงินก็จะให้สถานะหนี้เป็นหนี้เสียทันที

ผลกระทบของการเป็น หนี้เสีย คือ อะไร?

  • ขาดความน่าเชื่อถือทางด้านการเงิน

        การเป็นหนี้ดีจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นหนี้เสียมันจะกลายเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามเพราะคุณจะกลายเป็นบุคคลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือในการให้กู้เงินเลย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเสียหายให้กับผู้ค้ำประกันให้กับคุณด้วย หากคนที่ช่วยค้ำประกันเชื่อใจว่าคุณจะชำระหนี้ตามที่ทางธนาคารกำหนดแต่หากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นแล้วคุณไม่สามารถชำระเงินให้กับทางธนาคารได้ภาระการชำระหนี้แต่ละก้อนนั้นก็จะตกเป็นของผู้ค้ำประกันนั่นเอง

  • ไม่สามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินที่เป็นหนี้ได้ในอนาคต

ไม่เพียงแค่การขอกู้เงินกับสถาบันการเงินที่คุณเคยเป็นหนี้เท่านั้นแต่คุณอาจไม่สามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ได้ถึงแม้ไม่ใช่เจ้าหนี้ปัจจุบันที่เป็นหนี้ด้วย เพราะแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นสามารถตรวจสอบประวัติการเงินของคุณได้จากข้อมูลบูโร ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะบางคนมีประวัติการติดหนี้เสียเพียงครั้งเดียวก็ไม่สามารถขอกู้สินเชื่อได้อีกเลย

  • อาจโดนยึดทรัพย์สินที่นำไปค้ำประกัน

        การขอสินเชื่อสำหรับบางธนาคารนั้นไม่ได้ใช้เงินเดือนเป็นหลักค้ำประกันเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าไปเป็นสิ่งค้ำประกันเพื่อช่วยให้การขอสินเชื่อนั้นผ่านไปได้ด้วยดี แต่เมื่อไหร่ที่คุณเป็นหนี้เสียก็อาจทำให้ธนาคารที่ให้กู้เงินนั้นยึดทรัพบ์สินที่คุณนำไปค้ำประกันได้ตามสิทธิ์ของทางธนาคารเอง

วิธีแก้ไขปัญหาหนี้เสีย

  1. ขอผ่อนผันการชำระหนี้กับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้

        แม้ว่าคุณจะไม่มีเงินเพื่อนำไปชำระหนี้ก็ไม่ควรหนี้หายเงียบไปเพราะนั่นหมายความว่าคุณต้องการหนีหนี้นั่นเอง ในทางตรงกันข้ามคุณสามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือจากธนาคารให้ทางธนาคารเลื่อนการชำระหนี้หรือที่เราเรียกว่าขอผ่อนผันหนี้เพื่อให้คุณสามารถมีระยะเวลาในการหาเงินหรือขอลดดอกเบี้ยเพื่อให้การชำระหนี้ไม่เหนือบ่ากว่าแรง

  1. หาแหล่งเงินกู้เป็นตัวช่วยเพื่อชำระหนี้ก้อนเก่าที่กำลังเป็นปัญหาก่อน

        จริงอยู่ที่การเป็นหนี้เสียคือสิ่งที่ทำให้หลายคนไม่อยากกู้เงินเพิ่มแต่บางครั้งการไม่ยืมเงินจากใครเลยก็ทำให้คุณขาดสภาพคล่องได้เหมือนกัน หากคุณยังพอมีเครดิตที่ดี การหาแหล่งเงินกู้เพื่อช่วยเหลือและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับคุณนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจะทำให้การชำระหนี้ของคุณหมุนเวียนไปได้และสามารถกลับมาเป็นลูกค้าที่อยู่ใน white list ของธนาคารได้

  1. วางแผนการเงินให้รัดกุม

        ไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้เสียหรือไม่เป็นหนี้เสีย สิ่งสำคัญของการเป็นหนี้คือการวางแผนการเงินที่รัดกุมมากที่สุด โดยวางแผนรายรับและรายจ่ายให้ดี โดยเฉพาะการเป็นหนี้กับธนาคารนั้นคุณสามารถรีไฟแนนซ์ได้เพื่อช่วยให้การชำระหนี้ไม่หนักเกินไป ยิ่งหากคุณวางแผนการเงินให้อยู่ในสถานะที่คล่องไม่ติดขัดก็จะทำให้ไม่ต้องหารายได้เพิ่มให้เหนื่อยและไม่ต้องขอยืมจากธนาคารอื่นเพิ่มรวมถึงไม่จำเป็นต้องอาศัยการกู้เงินนอกระบบที่มีความอันตรายอีกด้วย

        การเป็นหนี้ในแต่ละครั้งควรเป็นการสร้างหนี้ที่ดีและสามารถต่อยอดความคล่องตัวของเงินในกระเป๋าของคุณได้ แต่สำหรับการเป็น หนี้เสีย คือ การสร้างประวัติที่ด่างพล้อยให้กับตัวคุณเอง หากคุณกำลังต้องการขอสินเชื่อหรือกำลังจะเป็นหนี้กับสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งนั้นคุณควรศึกษาวิธีที่จะไม่ทำให้คุณเป็นหนี้เสียก่อน แล้วค่อยไปขอสินเชื่อหรือขอกู้เงินจากสถาบันการเงินแห่งนั้น ๆ ดีกว่า