ความผิดพลาดในการออกแบบเว็บไซต์จนไม่มีผู้ชม

ทุกวันนี้เราทุกคนต่างก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น ทุกคนสามารถที่จะมีเว็บไซต์ต่างๆเป็นของตัวเอง โดยสามารถสร้างรายได้และประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจเว็บไซต์ได้ไม่ยาก เพราะหากเว็บไซต์ของเรามีประโยชน์ต่อผู้เข้าชม ให้ข้อมูลที่มีความรู้ และมีการอัพเดตข้อมูลสดใหม่ให้กับเว็บไซต์อยู่เสมอ สิ่งที่เราจะได้รับกลับมาสู่เว็บไซต์ของเรานั่นก็คือการมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราอย่างมหาศาล คนมากมายจะมาหาความรู้จากเว็บไซต์ของเรา ดังนั้นเราจะมีรายได้จากการทำธุรกิจโฆษณา ซึ่งการขายโฆษณาบนเว็บไซต์ถือเป็นวิธีทำเงินที่เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนต่างก็รู้จักกันดี ยิ่งเรานำเสนอเนื้อหาได้ดี เว็บไซต์ของเราก็มักได้รับการตอบรับโดยการมีโฆษณาเข้ามาแสดงในเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น เราก็จะมีรายได้มากขึ้นไปด้วย แต่มีหลายคนที่ทำเว็บไซต์ผิดพลาด ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดต่างๆให้ดีในการทำเว็บไซต์ ทำให้คนที่เข้ามาเว็บของเราออกกลับไปทันทีเพราะเจอกับข้อบกพร่องบางอย่าง ซึ่งหลายครั้งเจ้าของเว็บไซต์เองก็คาดไม่ถึงว่าข้อผิดพลาดเหล่านี้จะทำให้คนที่เข้ามาชมเว็บของเราจะหายออกไปได้ โดยปัญหาหลักๆที่คนเข้าชมเว็บของเราออกไป มักมีสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้

เว็บไซต์ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการโหลดหน้าเว็บนาน

กรณีที่เว็บไซต์หลายเว็บต้องใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บนานนั้น ยังคงเป็นปัญหาหลักและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แม้จะมีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้เราสามารถส่งไฟล์ขนาดใหญ่หากันได้เพียงไม่กี่วินาที แต่ก็จะมีเว็บไซต์หลายๆเว็บไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ โดยทั่วไปมักมาจากสาเหตุการปล่อยละเลยของเจ้าของเว็บที่จะเคลื่อนย้ายเว็บไซต์ไปยังเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเพิ่มขึ้น หรือเว็บไซต์ประกอบด้วยรูปภาพจำนวนมาก ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องมีรูปภาพมากมาย บางเว็บมีไฟล์ภาพขนาดใหญ่เกินไป แต่การแสดงผลของรูปภาพกลับเล็กนิดเดียว สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างยิ่ง เพราะยิ่งเว็บโหลดนานก็ยิ่งทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่อยากรอนานและออกจากเว็บไซต์ของเราไปก่อน ดังนั้นหากเราเริ่มรู้แล้วว่าเว็บไซต์ของเรานั้นต้องใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บนานเกินไป เราจะต้องเริ่มมองหาสาเหตุเลยว่าปัญหาหลักเกิดจากอะไร อาจจะเป็นเพราะเซิฟเวอร์ที่เราใช้บริการอยู่ทำงานช้าเกินไป หรือว่าเว็บไซต์ของเราประกอบด้วยรูปภาพจำนวนมากที่ไม่จำเป็น อาจจะลดการแสดงผลรูปภาพออกไปบ้าง และโหลดออกมาเมื่อผู้ใช้กดเปิดดูรูป หากรูปภาพในเว็บของเรามีขนาดไฟล์ใหญ่เกินไป ลองหาวิธีบีบอัดไฟล์ โดยบีบอัดให้ได้ขนาดตามที่จำเป็นต้องใช้ ไม่จำเป็นต้องให้รูปภาพมีขนาดใหญ่กว่าการแสดงผล

เว็บไซต์ไม่รองรับการทำงานบนโทรศัพท์มือถือ

อีกปัญหาที่หลายๆเว็บไซต์ยังไม่ปรับตัวนั่นก็คือการแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากผู้คนในยุคนี้ใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องอินเทอร์เน็ตแทนคอมพิวเตอร์ คนส่วนใหญ่มีโทรศัพท์มือถือและพวกเขาสามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้โดยเข้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยส่วนใหญ่ของเรานั้นมักมาจากคนที่เล่นโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงนั่นก็คือการปรับการแสดงผลให้เว็บของเราแสดงผลบนมือถือได้ดี รองรับหน้าจอมือถือ โดยการแสดงผลของเว็บไซต์จะต้องไม่ล้นเจอในแต่ตั้ง ผู้ใช้ไม่ควรต้องเลื่อนซ้ายขวาเพื่ออ่านข้อความในเว็บไซต์ของเรา แต่หากต้องเลื่อนขึ้นลงนั้นไม่เป็นไร เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่ชินกับการเลื่อนชมเว็บไซต์แบบสไลด์ขึ้นลงกันอยู่แล้ว ดังนั้นเราจะต้องออกแบบเว็บไซต์ให้มีความพอดีกับแนวตั้งของหน้าจอพื้นถือ ถ้าข้อมูลมีปริมาณมาก ก็สามารถแก้ปัญหาโดยการให้ผู้ใช้เลื่อนลงมาเพื่ออ่านก็ได้

เว็บไซต์ที่จัดวางเนื้อหาไม่เป็นระเบียบ

อย่าว่าแต่ผู้เข้าชมเว็บไซต์เลย ตัวเราเองก็เคยเจอเว็บไซต์ที่จัดวางเนื้อหาแปลกๆ อยู่ๆโฆษณาขึ้นมาบังหน้า ไม่รู้ว่าเมนูของเว็บอยู่ไหน อันไหนเป็นเนื้อหา อันไหนเป็นโฆษณา หรือเราต้องโฟกัสไปยังส่วนไหนกันแน่ถึงจะได้อ่านข้อมูลที่เราต้องการจากเว็บนั้น ซึ่งหลายคนคงได้เจอกับเว็บไซต์เหล่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของเว็บไม่มีทางรู้ เพราะถ้าเขารู้เขาก็แก้ปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นปัญหานี้เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ชมที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเรานั้นจะมึนงงกับการออกแบบเว็บไซต์ของเราหรือไม่ ซึ่งไม่มีใครหาคำตอบได้จนกว่าจะได้ถามจากคนรอบข้าง และก่อนที่เราจะถามจากคนรอบข้างว่าเว็บของเรานั้นจัดวางเนื้อหาเป็นระเบียบและใช้งานง่ายแค่ไหน เราควรเริ่มจากการมุ่งเน้นออกแบบให้เว็บไซต์แสดงผลถูกตามหลักการเสียก่อน โดยเว็บไซต์ต้องมีความเรียบง่าย ผู้ใช้ต้องรู้ว่าส่วนใดเป็นเมนูในการเปลี่ยนหน้า ส่วนใดเป็นเนื้อหาที่สามารถอ่านเพื่อหาใจความได้ และส่วนใดเป็นโฆษณา จะทำให้ผู้ใช้อ่านเว็บไซต์ของเราได้นานโดยไม่หนีออกจากเว็บไปเสียก่อน ปัญหานี้ยังสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีการปรับสีให้มีความคอนทราสต์ โดยเราจะต้องมีการปรับสีพื้นหลังให้คอนทราสต์กับเนื้อหาที่เราต้องการนำเสนอในเว็บไซต์ เคล็ดลับการปรับแต่งนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเว็บไซต์ของเรามากขึ้นแล้ว ยังเหมาะสำหรับการปรับแต่งเว็บไซต์ขายสินค้าให้ตัวสินค้ามีความโดดเด่นได้อีกด้วย

การใส่วิดีโอแบบเล่นอัตโนมัติ

ผู้ใช้งานเว็บไซต์ทุกคน ไม่มีใครชอบให้มีการยัดเยียดเนื้อหามาแสดงให้กับพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่ได้เต็มใจหรือกดดูเนื้อหานั้นด้วยตัวเขาเอง โดยเฉพาะการแสดงเนื้อหาประเภทวิดีโอที่เล่นอัตโนมัติเมื่อเราเปิดเว็บไซต์ดู จะเป็นอะไรที่ผู้ใช้งานแอนตี้เอามากๆ เพราะพวกเขาถูกยัดเยียดให้ดูเนื้อหานั้นทั้งที่ไม่มีความเต็มใจที่จะเปิดดู สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ เราไม่ควรบังคับให้ผู้ชมของเราดูวิดีโอมากมายขนาดนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เว็บไซต์รายใหญ่อย่าง Facebook ก็เคยตั้งให้มีการเปิดวิดีโออัตโนมัติ แม้จะปิดเสียงเอาไว้ ก็ไม่ได้ทำให้สร้างความพอใจให้กับผู้ใช้ Facebook เช่นกัน ทั้งยังค้นพบว่าอัตราการตอบสนองต่อวิดีโอที่นำเสนอในเว็บไซต์มีน้อยลงมาก เพราะผู้ใช้งานเริ่มเบื่อหน่ายและกลัวการดูวิดีโอไปเลย แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ผู้ใช้งานหลายคนยังจดจำการกระทำดังกล่าวและกลัวที่จะเปิดวิดีโอดูเมื่ออยู่บน Facebook ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวอย่างหนักที่ Facebook ทำเอาไว้ ดังนั้นถ้าเราอยากนำเสนอเนื้อหาประเภทวิดีโอ เราควรทำให้ผู้ใช้งานของเราสามารถเปิดดูได้เอง โดยไม่ต้องบังคับให้พวกเขาดูอัตโนมัติ เพราะสื่อประเภทวิดีโอมีความน่าสนใจและดึงดูดให้มีการกดเปิดชมอยู่แล้ว

การใส่คีย์เวิร์ดลงในเนื้อหามากเกินไป

ความผิดพลาดอีกประการที่เจ้าของเว็บส่วนใหญ่ทำกันนั่นก็คือการใส่คีย์เวิร์ดลงในเนื้อหาเยอะมากๆ ซึ่งการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในเนื้อหานั้น เจ้าของเว็บไซต์หลายๆคนก็ทราบกันดีว่าหากเว็บของเรามีคีย์เวิร์ดอย่างเหมาะสมในเนื้อหา จะช่วยให้สามารถทำอันดับให้คีย์เวิร์ดที่เราเน้นย้ำนั้นมีอันดับที่สูงขึ้นในผลการค้นหา เจ้าของเว็บไซต์หลายคนจึงเน้นให้มีคีย์เวิร์ดในเนื้อหาเยอะมากๆ เพราะอยากได้รับการจัดอันดับให้เว็บของตนติดหน้าแรกของผลการค้นหาให้ได้ แต่ทราบหรือไม่ว่านิสัยคนทั่วไปนั้น เกลียดที่จะอ่านอะไรซ้ำๆเดิมๆ คนทั่วไปเบื่อหน่ายกับอะไรได้ง่าย การที่พวกเขาเข้ามาอ่านเนื้อหาในเว็บของเราแล้วเจอคีย์เวิร์ดซ้ำๆเดิมๆที่เราใส่เอาไว้ในเนื้อหา ก็สร้างความเบื่อหน่ายให้กับคนอ่านเนื้อหามากๆ จนพวกเขาเลิกที่จะอ่านบทความของเราไปในที่สุด และที่สำคัญหลายคนไม่เปิดเข้ามาชมเว็บไซต์ของเราอีกเลย เพราะไม่อยากมาเจอเนื้อหาซ้ำๆเดิมๆ จะเห็นว่าแม้จะได้ผลดีต่อการทำอันดับในการค้นหา แต่เราก็ต้องคำนึงถึงผู้อ่านเนื้อหาของเราเช่นกัน ดังนั้นจึงควรใส่คีย์เวิร์ดสำคัญแต่พอประมาณ แค่ย่อหน้าละ 1 ถึง 2 คำก็ถือว่าเพียงพอต่อการจัดอันดับและดีต่อผู้อ่านแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่จำนวนหลายคำ เพราะที่จริงการใส่คีย์เวิร์ดนั้น ตำแหน่งที่สำคัญมักจะอยู่ในหัวข้อของบทความด้วย

เนื้อหามีคำผิดเยอะเกินไป

เว็บไซต์ที่ประกอบด้วยเนื้อหาที่มีคำผิดเยอะเกินไปนั้น จะทำให้ขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก ผู้อ่านที่เข้ามาหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของเรานั้น พวกเขาต้องการความรู้หรือข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อไหร่ที่พวกเขาอ่านข้อมูลเว็บของเราไปเรื่อยๆและเจอคำผิด พวกเขาจะเริ่มสงสัยแล้วว่าเว็บไซต์ดังกล่าวน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ยิ่งเจอคำผิดเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะออกจากเว็บไปหาข้อมูลจากเว็บอื่นๆมากขึ้นเท่านั้น เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลในเว็บของเราถูกต้องเพียงใด ดังนั้นทางที่ดีเราควรตรวจสอบคำผิดก่อนที่จะเผยแพร่บทความออกไป โปรแกรมตรวจสอบคำผิดมีให้ใช้ฟรีเยอะมากๆในอินเทอร์เน็ต เราไม่จำเป็นต้องนั่งอ่านใหม่ทีละคำก็ได้

เนื้อหาที่มีฟอนต์ประหลาด

การใช้ฟอนต์ประหลาดที่อ่านได้ยาก ไม่ได้ส่งผลดีต่อเว็บไซต์ของเรามากนัก ผู้อ่านหลายคนเคยชินกับการอ่านหนังสือด้วยฟอนต์ที่เป็นปกติทั่วๆไปเพียงไม่กี่ฟอนต์ ดังนั้นการที่เราจะเลือกฟอนต์มาใช้กับเว็บไซต์ของเรา ต้องมั่นใจว่าฟอนต์ตัวนั้นเป็นฟอนต์สากลที่ได้รับความนิยมนำมาใช้กันในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ฟอนต์ที่ไม่ได้มีใครใช้ ฟอนต์ที่ไม่มีคนใช้นั้น เมื่อผู้ชมเว็บไซต์ของเราเปิดมาอ่านเนื้อหา เจอลักษณะฟอนต์แปลกๆ พวกเขาจะรู้สึกว่าเว็บไซต์ขาดความน่าเชื่อถือ และอาจเข้าใจว่าเว็บของเราเป็นสแปม ก็ตัดสินใจออกจากเว็บของเราได้ง่ายๆเลย ดังนั้นขอให้แน่ใจว่ารูปแบบของฟอนต์ที่เราเลือกใช้นั้นเป็นสากลและได้รับความนิยมในการใช้ในเว็บไซต์อื่นๆอยู่แล้ว

เว็บไซต์ที่มีโฆษณามากเกินไป

จุดมุ่งหมายของผู้ชมที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์นั้น พวกเขาต้องการเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และเป็นความรู้ที่กำลังตามหา หรือเป็นเนื้อหาที่ให้คำตอบบางอย่างที่พวกเขากำลังสงสัย ดังนั้นการที่เราสามารถนำเสนอเนื้อหาที่ดีตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมได้จะทำให้เว็บไซต์ของเราน่าสนใจและมีการเข้าใช้งานมากยิ่งขึ้น แต่มีหลายเว็บไซต์เมื่อมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็เกิดความโลภ อยากหาเงินได้เยอะขึ้น จึงใช้วิธีการใส่โฆษณาเข้าไปในเว็บไซต์จำนวนมากๆ ยิ่งในโฆษณาหลายตัว คนก็สนใจคลิกโฆษณาเยอะ ทำให้พวกเขาได้เงินเยอะขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่านั่นได้ผลเพียงช่วงแรกๆ เพราะเมื่อคนเข้ามาแล้วเจอโฆษณาขวางเนื้อหา ทำให้พวกเขาไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็มักออกจากเว็บไปในไม่ช้าและไม่กลับมาอีกในภายหลัง