ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์ด้วยตนเอง

เว็บไซต์ต่างๆที่เกิดขึ้นใหม่ในอินเทอร์เน็ตรวมทั้งเว็บไซต์ของเราด้วย รู้หรือไม่ว่าแม้จะไม่มีคนเข้ามาใช้เว็บไซต์ของเราจริงๆในช่วงแรก แต่เราก็สามารถตรวจประเมินคุณภาพเว็บไซต์ของเราได้ก่อนที่จะมีผู้ชมเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราจริงๆ ดังนั้นอย่ารอที่จะให้คนอื่นมารีวิวหรือประเมินเว็บไซต์ของเราก่อนที่เราจะเห็นข้อบกพร่องในเว็บของเราเอง

ด้วยหลักมาตรฐานง่ายๆที่เราสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจประเมินคุณภาพของเว็บไซต์เราได้ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจ Title การออกแบบโลโก้ การรองรับหน้าจอที่หลากหลาย การจัดสัดส่วนเว็บไซต์ การเขียนคอนเท้นท์ รวมทั้งความปลอดภัย SSL ซึ่งเกณฑ์เหล่านี้เพียงไม่กี่หัวข้อก็สามารถนำมาใช้ช่วยให้เราสามารถวัดคุณภาพตามมาตรฐานสากลให้กับเว็บไซต์ของเราได้แล้ว ดังนั้นอย่ารอให้คนเข้ามาใช้งานจริงก่อนที่เราจะเห็นข้อบกพร่องของเว็บไซต์และปรับปรุงแก้ไขเสียก่อน มาดูกันเลยว่าในการวัดคุณภาพของเว็บไซต์ของในแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญอย่างไรและทำไมต้องมีเกณฑ์ข้อนี้มาช่วยวัด

Title & Meta Description

เว็บไซต์แทบทุกเว็บไซต์จะมองหาแหล่งผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการทำอันดับในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google หรือที่เรียกว่าการทำ SEO นั่นเอง ซึ่งการทำอันดับให้ติดหน้าแรก Google ถือว่ายากมาก และการที่จะทำให้ผู้ใช้งานคลิกเลือกเว็บไซต์ของเราเพื่อเข้าชมจากคีย์เวิร์ดที่พวกเขาค้นหาก็ถือว่าเป็นความยากไปอีกระดับ ซึ่งสิ่งที่มีผลต่อการกดเลือกเว็บไซต์ของเราในผลการค้นหา นอกจากการทำอันดับให้ติดหน้าแรกได้แล้ว ยังมาจาก Title และ Meta Description ด้วย

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเขียน Title และ Meta Description ให้ดึงดูดผู้ใช้งานในการคลิกเลือกชมเว็บไซต์ของเรา โดยพยายามทำให้น่าสนใจ ทำให้ผู้เข้าชมทราบว่าถ้าเลือกเว็บไซต์ของเรา เขาจะได้อะไร ทำให้ผู้ใช้งานทราบว่าเว็บของเรามีความรู้หรือสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ นอกจากนี้ยังต้องระบุคีย์เวิร์ดสำคัญที่ผู้ใช้อาจค้นหาในเครื่องมือการค้นหาร่วมด้วย เพื่อให้ Google จัดอันดับให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับหน้าแรกในคีย์เวิร์ดดังกล่าว

การออกแบบโลโก้

แม้หลายคนมองหน้าการออกแบบโลโก้สำหรับเว็บไซต์ไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก เพราะยุคนี้เราสามารถปรับฟอนต์ให้ดูหรูหราได้ง่าย ทำให้ใช้ชื่อเว็บเป็นเสมือนโลโก้ทดแทนกันได้เลย สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับแบรนด์ของเราในระยะยาว เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ใช้งานเลือกเข้ามาดูเว็บไซต์ของเราแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาจดจำจากเว็บของเราไปนั่นก็คือโลโก้ของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะถูกจดจำอัตโนมัติ ทำให้เว็บไซต์ของเราน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

การออกแบบโลโก้ดีๆที่ทำให้ผู้ใช้งานจดจำได้ง่าย นอกจากจะทำให้เว็บของเราน่าเชื่อถือแล้ว หากผู้ใช้ไปเห็นโฆษณาของเราจากภายนอกหรือแหล่งสื่อโซเชียลมีเดียก็ทำให้ผู้ใช้รู้ทันที หากผู้ใช้งานเคยใช้เว็บไซต์ของเราแล้วพึงพอใจ เมื่อเขาได้เห็นโฆษณาจากแบรนด์ของเราอีกครั้งก็ทำให้พวกเขามองแบรนด์ของเราเป็นบวก และมีโอกาสสูงมากที่ผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับโลโก้เว็บไซต์จะสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของเรา เพราะเขาเริ่มวางใจในแบรนด์ของเราแล้ว

Responsive Design

เราสามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของเรานั้นรองรับการทำงานบนหน้าจอที่หลากหลายได้หรือไม่จากการใช้อุปกรณ์มือถือและคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ หากการแสดงผลไม่ล้นหน้าจอไปทางซ้ายหรือทางขวาสำหรับทุกอุปกรณ์ นั่นแสดงว่าเว็บของเรามีการออกแบบให้รองรับหน้าจอที่หลากหลายหรือเป็นเว็บไซต์ลักษณะ Responsive นั่นเอง

การออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับขนาดหน้าจอที่หลากหลายนั้นมีผลต่อการกลับมาของผู้เข้าชมมากๆ หากเราไม่สามารถออกแบบให้รองรับการทำงานในอุปกรณ์บางประเภท สิ่งที่จะตามมาคือผู้ชมที่เข้าชมจากอุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่ได้รับความพึงพอใจในการเข้าใช้งานเว็บของเรา มีผลให้พวกเขาไม่กลับมาใช้งานเว็บไซต์ของเราอีกเลย เนื่องจากเคยได้รับประสบการณ์ที่แย่ในการเข้ามาใช้บริการครั้งแรก

การกำหนดเมนูต่างๆในเว็บไซต์

การตั้งเมนูต่างๆในเว็บไซต์นั้นจะต้องมีการวางแผนและมีแนวคิด เราไม่ควรนำเมนูอะไรก็ได้มาออกแบบ เนื่องจากผู้ใช้ที่เข้ามาในเว็บของเรานั้น คนที่สนใจในสินค้าและบริการจริงๆ พวกเขาจะมองหาเมนูในการดูสินค้าบริการจากเรา รวมทั้งตรวจสอบราคา การชำระเงินและหาช่องทางการติดต่อ หากเรามีเมนูที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับพวกเขาได้ เราก็จะมีโอกาสทำให้ผู้ชมเว็บไซต์กลับกลายมาเป็นลูกค้าของเราได้เลย

สรุปคุณภาพของเว็บไซต์ดูจากอะไรได้บ้าง

1.Title & Meta Description มีผลต่อการแสดงผลในเครื่องมือการค้นหาโดยเฉพาะ Google ผู้ใช้จะพิจารณาว่าจะกดเข้ามายังเว็บไซต์ของเราหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตั้งชื่อ Title และ Description สามารถตั้งให้ดึงดูดผู้ใช้ได้มากน้อยเพียงใด

2.โลโก้ของเว็บไซต์ มีผลต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ ยิ่งลูกค้าเห็นโลโก้เว็บของเราได้บ่อยก็ยิ่งวางใจในสินค้าบริการของเรา ดังนั้นอย่าลืมออกแบบโลโก้ให้จดจำได้ง่ายเพื่อลูกค้าจำแบรนด์ของเราได้เร็วขึ้น

3.Responsive Design เน้นให้รองรับการทำงานของทุกอุปกรณ์เพื่อเราจะได้ไม่พลาดลูกค้าที่มาจากอุปกรณ์อื่นๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์มือถือที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในปัจจุบัน

4.เมนูต่างๆของเว็บไซต์ ช่วยให้ผู้ใช้ที่สนใจสินค้าบริการของเราสามารถหาสินค้า ดูการชำระเงิน รวมทั้งติดต่อเราได้ไม่ยาก ซึ่งผู้ชมเว็บไซต์ที่มองหาเมนูในหน้าเว็บหลังจากอ่านคอนเทนต์บางอย่างเสร็จ ผู้ใช้คนนั้นมีแนวโน้มสูงมากที่จะมาเป็นลูกค้าของเรา เพราะมีความสนใจในสินค้าและบริการของเราจริงๆ