แนะนำรถ 20 อีโคคาร์ ปี 2019 รุ่นไหนใช้แล้วคุ้ม

 

รถเล็กประหยัดน้ำมันที่เรียกกันว่า “อีโคคาร์” ราคาถูก ขับง่าย  เป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่มองหาอันดับต้น ๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนขับมือใหม่ที่ไม่ได้ต้องการฟังก์ชั่นเยอะ อยากได้รถคันเล็กตอบโจทย์การใช้งานประจำวันแบบพอเหมาะพอดี ราคาไม่สูงจนเกินไปผ่อนสบายไม่เครียด แนะนำรถ ใหม่ปี 2019 มาให้เลือกกัน 20 อันดับเรียงตามราคาน่าพอใจ ดังต่อไปนี้

1.Suzuki Celerio

ราคา 363,000 บาท

จุดเด่น ซูซูกิ เซเลริโอเป็นรถเล็กคล่องตัวและขับประหยัดสุดตัวจริง เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.0 ลิตร 12 วาล์ว VVT 68 แรงม้า จัดเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กสุดในตลาดอีโคคาร์ ไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่ภายในจะเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ เพราะออกแบบชิ้นส่วนภายในให้กะทัดรัดเพิ่มความกว้างของภายในห้องโดยสารที่ดีไซน์สวยหรู หลังคาสูงโปร่ง นั่งแล้วไม่อึดอัด ความประหยัดสูงสุด 20-22 กม./ลิตร รุ่นเริ่มต้นเกียร์ธรรมดาราคา 363,000 บาทและรุ่นท็อปอยู่ที่ 472,000 บาท เท่านั้น

จุดด้อย เครื่องยนต์ขนาดเล็กออกตัวช้า เร่งไม่ขึ้น ต้องขับไปสักพักทำความเร็วได้ถึง 80 กม./ชม. จึงขับลื่นขึ้น เบรกค่อนข้างแรงไป

2.Nissan March

ราคา 420,000 บาท

จุดเด่น ตัวเล็กแต่ดีไซน์ดุดัน ความยาว x กว้าง x สูง : 3,999 x 1,734 x 1,455 มิลลิเมตร ตัวถังใหญ่กว่ารุ่นเดิม เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร HR12DE 12 วาล์ว CVTC 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT ประหยัดน้ำมันสูง 20 กม./ลิตร ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ปล่อยมลพิษน้อยลง ภายในแต่งสปอร์ตเข้ากับตัวรถ เบาะหน้าหลังยังเป็นสไตล์ทูโทนตัดสีดำ มีความกว้างขวางโปร่งสบาย พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังแท้โดดเด่น เครื่องเสียงจัดเต็มมีลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะคนขับ 2 จุด เก็บสัมภาระด้านหลังมากถึง 300 ลิตร ถือว่ามีปัญหาจุกจิกเหมาะสำหรับผู้หญิงขับใช้งานในเมือง

จุดด้อย เครื่องยนต์รุ่น 1.2 ลิตร มีอัตราการเร่งค่อนข้างอืด ระบบความปลอดภัยยังเป็นรองคู่แข่ง คุณสมบัติไม่ได้อยู่ระดับหัวแถว แต่ตอบโจทย์เรื่องรถยนต์เล็กประหยัดน้ำมัน

3.Nissan Livina

ราคา 436,000 บาท

จุดเด่น ราคาโดนใจสุดสำหรับรถขับในเมืองตัวถังสไตล์มินิเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง มีรุ่นย่อยให้เลือก 4 รุ่น เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC ขนาด 1.5 ลิตร กำลัง 104 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เครื่องยนต์มีอัตราเร่งดีแต่ประหยัดน้ำมัน กินน้ำมันประมาณ 12-15 กม./ลิตร ถือว่าโอเคสำหรับรถคันใหญ่ทรงสูง มีเซ็นเซอร์บอกระยะการถอยจอดด้านหลังช่วยให้เข้าจอดง่ายขึ้นเหมาะสำหรับคนขับมือใหม่ที่ไม่ชำนาญรถคันใหญ่ การตกแต่งภายในสไตล์สปอร์ตเน้นโทนสีดำและแต่งโครเมียม เบาะนั่งแถวที่ 2-3 ปรับพับเอนเก็บสัมภาระเพิ่มเติมได้ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าและเหล็กกันโคลงด้านหลัง มาพร้อมระบบป้องกันล้อลื่น เหมาะสำหรับขับสมบุกสมบัน เรียกว่าขับระยะทางไกลไปนอกเมืองได้สบายมาก ราคาเริ่มต้นถูกกว่าคู่แข่งขนาดใกล้เคียงรุ่น Mitsubishi Xpander

จุดด้อย ตัวถังค่อนข้างยาว ดูเทอะทะ และไม่ประหยัดน้ำมันมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอีโคคาร์ แต่ก็อยู่ระดับกลาง ๆ ไม่ถือว่าสิ้นเปลืองเกินไป อัตราเร่งแซงไม่ทันใจเท่าที่ควร

4.Nissan Almera

ราคา 445,000 บาท

จุดเด่น รถอีโคคาร์ขนาด 4 ประตู ตัวรถและห้องโดยสารขนาดใหญ่กว่ารถรุ่นเดียวกัน ดีไซน์โก้หรูสไตล์ซิตี้คาร์ มาพร้อมออพชั่นชุดแต่งสปอร์ตจาก NISMO ขับขี่คล่องตัวด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร HR12DE 12 วาล์ว CVTC 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันถึง 20 กม./ลิตร ไม่น้อยหน้าคู่แข่งระดับเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเลือกซื้ออีโคคาร์คาดหวังไว้ ห้องโดยสารใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางการตกแต่งภายในด้วยวัสดุสีดำมีกลิ่นอายสปอร์ต ไม่ถึงกับระดับมาตรฐานพรีเมียมแต่ไม่ด้อยกว่าคู่แข่งและเหมาะสมกับค่าตัวระดับอีโคคาร์ผ่อนสบาย ๆ

จุดด้อย เครื่องยนต์รุ่น 1.2 ลิตรไม่ได้ออกตัวแรงเหมือนเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า แบกน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่นใกล้เคียงกันอย่างเร่งมาช้าหน่อยเมื่อเทียบกับรุ่นที่ราคาใกล้เคียงกัน เช่น Toyota Yaris ATIV, Mitsubishi Attrage และ Suzuki Ciaz ทำให้ขุมกำลังน้อยกว่า แต่เป็นข้อเสียที่รับได้เพราะใช้ขับในเมืองที่รถติดทั้งเช้าและเย็น ต้องทำใจเมื่อขับออกต่างจังหวัดไกลจะเหยียบเร่งเครื่องแรงไม่ได้มาก

5.Mitsubishi Attrage

ราคา 477,000 บาท

จุดเด่น ตัวถังภายนอกปรับปรุงใหม่ ความกว้างและยาวไม่เท่าอีโคคาร์รุ่นอื่น แต่หลังคาสูงที่สุดในกลุ่มรถเล็กยอดนิยม นั่งแล้วรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่คับแคบ เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร วาล์ว MIVEC 78 แรงม้า มีตัวเลือกทั้งเบนซิน 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 ประหยัดน้ำมันสูงถึง 22 กม./ลิตร รุ่นเริ่มต้นใช้เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ CVT ใช้เชื้อเพลิง E20 อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.8 กม./ลิตร ความประหยัดกินขาด ส่วนช่วงล่างนิ่มมากขับในเมืองสบาย

จุดด้อย เครื่องยนต์ค่อนข้างดัง เริ่มขับเสียงเบรกครั้งแรก ๆ ค่อนข้างดังแล้วจะเงียบไป ห้องโดยสารเก็บเสียงไม่ค่อยดี ระบบปรับอากาศก็ดัง แต่ไม่ได้แย่กว่าคู่แข่งราคาใกล้เคียงกัน จุกจิกเล็กน้อยแต่ไม่มีปัญหาใหญ่ แนะนำรถ รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่น่าพอใจเลยทีเดียว แต่ถ้าวิ่งทางไกลขับเร็วเวลาเข้าโค้งจะโยนตัวมาก ควรลดความเร็วหรือเปลี่ยนโช้คดี ๆ ไม่มีปัญหาเรื่องออกตัวช้า

6.Toyota Yaris ATIV 1.2 J ECO

ราคา 479,000 บาท

จุดเด่น อีโคคาร์ตัวถังใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มซับคอมแพคซีดาน ความกว้างเป็นรองแค่ Toyota Yaris Ativ การันตีว่าภายในกว้างขวางนั่งสบาย ห้องโดยสารเก็บเสียงดีมาก ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตโฉบเฉี่ยวสวยสะดุดตา ขับคล่องตัวด้วยขุมพลังสุดล้ำของค่ายโตโยต้า มีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 5 รุ่น เริ่มจากรุ่น J ECO ราคาประหยัดสุด เครื่องยนต์ DUAL VVT-i ขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ประหยัดน้ำมันสูง 20-21 กม./ลิตรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รถรุ่นนี้ราคาเบาผ่อนสบาย เหมาะกับขับอย่างเดียว ไม่เน้นออพชั่นอุปกรณ์และเทคโนโลยีเยอะ แต่อัดแน่นอุปกรณ์ความปลอดภัยมีให้ครบตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เหนือมาตรฐานคู่แข่งคลาสเดียวกัน ช่วงล่างนิ่มนั่งสบาย

จุดด้อย อัตราเร่งเครื่องตอนต้นค่อนข้างอืด ขับเลย 60-70 กม./ชม.ไปแล้วไปเร็วได้ ขับออกต่างจังหวัดไม่มีปัญหา เว้นแต่จะไปทริปขับขึ้นเขาสูง ๆ วิ่งไปได้เรื่อย ๆ แต่จะไม่เร็วนัก

7.Suzuki Ciaz

ราคา 484,000 บาท

จุดเด่น ตัวถังซีดานปรับโฉมใหม่สไตล์สปอร์ต เน้นตัวถังกว้าง ภายนอกสง่างามสวยเหนือระดับ เรียกว่าโฉมสวยเกินราคาจนเทียบรุ่นได้กับ Nissan Almera  ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาดความจุมาก มีให้เลือกถึง 5 รุ่นย่อย เริ่มต้นที่เครื่องยนต์ K12B ขนาด 1.25 ลิตร รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร ตอบโจทย์อีโคคาร์ที่ไม่เน้นขับเร็วด้วย

จุดด้อย เลือกรุ่นเครื่องยนต์เล็กตัวถังใหญ่ ปัญหาออกตัวอืดถือเป็นเรื่องธรรมดา พอยอมรับได้ แต่รถยี่ห้อนี้ไม่ใช่รถตลาด หากมีปัญหาจะหาอะไหล่ยาก เปรียบเทียบกับออพชั่นของคู่แข่งแล้วถือว่าด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ยังถือว่าคุ้มเพราะราคาไม่ได้แพงอะไร

8.Honda Brio

ราคา 495,000 บาท

จุดเด่น โฉมใหม่ตัวถังแฮทช์แบ็ค ภายนอกแต่งสไตล์สปอร์ตแบบเรียบๆ ตัวถังสั้นเหมาะสำหรับขับในเมือง ถอยเข้าถอยออกสบาย และดูแลรักษาน้อยมาก เป็นซิตี้คาร์อีกรุ่นที่เหมาะกับผู้หญิง เครื่องยนต์ SOHC i-VTEC ขนาด 1.2 ลิตร 16 วาล์ว 90 แรงม้า เนื่องจากตัวถังเล็กจึงแรงดี อัตราเร่งดี  ขับสนุก ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 20 กม./ลิตร สำหรับภายในแต่งสปอร์ตสลับสีดำ แผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานครบครัน

จุดด้อย รถเล็กของฮอนด้าจะมีปัญหาช่วงล่างแข็งกระด้างเวลาขับเจอเนินหรือหลุมบ่อและมีเสียงบ้าง แต่ถือว่ารุ่นนี้ยังกระด้างน้อยกว่า Jazz เพราะตัวถังส่วนท้ายสั้น เปลี่ยนใช้ยางแก้มหนาหน่อยก็จะดีขึ้น ถ้าขับคนเดียวไม่ได้นั่งหลังก็จะไม่มีปัญหา

9.Suzuki Swift

ราคา 499,000 บาท

จุดเด่น อีโคคาร์ขนาดเล็กปรับปรุงความกว้างตัวถังและช่วงล้อเพิ่มขึ้น ช่วยแก้ปัญหาช่วงล่างดังของรถรุ่นเก่าได้แล้ว ที่สำคัญคือการรีดน้ำหนักตัวลงทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ตัวถังแข็งแกรงทนทานมากขึ้น ดีไซน์ภายนอกมีความสปอร์ตมากกว่ารุ่นก่อน ห้องโดยสารจัดเต็มให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ตกแต่งสไตล์สปอร์ตสวยเด่นไม่แพ้รถรุ่นใหญ่ รุ่นเริ่มต้นใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร DOHC 16 วาล์ว VVT 83 แรงม้า เกียร์ CVT ขับคล่องตัว เครื่องยนต์แบบใหม่ใช้เทคโนโลยี DualJet ประหยัดน้ำมันถึง 23 กม./ลิตร ช่วงล่างมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลงช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน ทำให้ขับเร็วไม่โยนตัว ขับสนุกมากยิ่งขึ้น มีระบบความปลอดภัยมาตรฐานครบครัน

จุดด้อย รูปแบบตัวถังมีเฉพาะรุ่น 5 ประตูที่เก็บสัมภาระได้น้อย เครื่องไม่แรง การออกตัวในช่วงแรกจะมีความอืด น้ำเข้าไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรกง่ายเกินไปและมีปัญหาจุกจิกอื่น ๆ กวนใจแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

10.Honda Brio Amaze

ราคา 517,000 บาท

จุดเด่น รถคันเล็กขับคล่องตัวในเมือง หาที่จอดง่าย รูปลักษณ์ภายนอกทันสมัยในแบบซิตี้คาร์ เด่นกระจังหน้าและกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต ล้ออัลลอยลายใหม่ ภายในห้องโดยสารปรับโฉมตกแต่งแบบพรีเมี่ยม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย มาตรฐานความปลอดภัยครบครัน ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลัง 90 แรงม้า เกียร์ CVT รองรับเชื้อเพลิง E20 ประหยัดน้ำมันสูงสุด 20 กม./ลิตร

จุดด้อย หากพูดในแง่เครื่องยนต์ ขุมพลังแรงดี ไม่มีปัญหาเร่งอืด แต่มีจุดด้อยตรงที่ขับจริงประหยัดน้อยกว่าอีโคคาร์ของคู่แข่ง ช่วงล่างติดกระด้างกว่าคู่แข่งตามสไตล์ฮอนด้าและความกว้างของห้องโดยสารดูจะเป็นรองกว่าด้วย

11.MG3

ราคา 519,000 บาท

จุดเด่น โฉมแฮตช์แบ็ก 5 ประตูดีไซน์รูปลักษณ์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ห้องโดยสารแต่งสไตล์สปอร์ตดูหรูมากขึ้น ภายในกว้างทั้งแถวหน้าและหลัง นั่งสบายไม่คับแคบ ขับทางไกลไม่รู้สึกเมื่อย อัดแน่นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยี มีกล้องมองหลังขณะถอย และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังเพื่อความปลอดภัยในการถอยจอด เครื่องยนต์เบนซิน DOHC VTi-TECH 1.5 ลิตร 16 วาล์ว 116 แรงม้า พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4AT (TORQUE CONVERTER) รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ประหยัดน้ำมันสูงสุด 18 กม./ลิตร

จุดด้อย หาอะไหล่ค่อนข้างยาก แม้แต่ศูนย์ฯ ยังต้องรอสั่งอะไหล่บางชิ้นสักพัก ต้องพึ่งอะไหล่แท้จากศูนย์ฯ เป็นหลัก

12.Mazda 2 1.3 Standard

ราคา 530,000 บาท

จุดเด่น ตัวรถขนาดเล็กกะทัดรัดแต่ไม่ทิ้งมาดสปอร์ตโฉบเฉี่ยว มีทั้งตัวถังแบบซีดานและแฮตช์แบ็ก เหมาะสำหรับคนที่มองหาอีโคคาร์ขับประหยัดแต่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในคราวเดียวกัน เนื้อที่ภายในค่อนข้างจำกัด ชดเชยด้วยดีไซน์สปอร์ตภายในห้องโดยสาร เบาะหนังกระชับกับสรีระและเย็บตะเข็บให้อารมณ์สปอร์ต มีปุ่มควบคุมเลือกฟังก์ชั่นสั่งงานต่างๆในรถด้านข้างคนขับ ติดตั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร เทคโนโลยี Skyactiv กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ขุมพลังแรงเกินตัวและประหยัดน้ำมันด้วย ประมาณ 23 กม/ลิตร

จุดด้อย เนื้อที่ภายในค่อนข้างจำกัดแต่ชดเชยด้วยการตกแต่งภายใน ขับคนเดียวไม่เป็นปัญหา แต่คับแคบสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง

13.Honda City

 ราคา 550,000 บาท

จุดเด่น โฉมภายนอกปรับปรุงใหม่สวยหรูหราและสปอร์ตขึ้นจริง ๆ ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายมาก แต่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและไฮเทคมาครบ เครื่องเสียงภายในคุณภาพดี ขับสนุกและบันเทิงครบรส เครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า พวงมาลัยไวและแน่น มาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 17.9 กม.ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E85 ด้วย

จุดด้อย การออกตัวในช่วงแรกจะอืดไปหน่อย ช่วงล่างมีกระด้างบ้างเล็กน้อยและอาจจะโคลงตัวเวลาขับลงหลุมลงบ่อ ขับในเมืองฝ่ารถติดไม่ค่อยประหยัดน้ำมันเท่าไร แต่ขับต่างจังหวัดประหยัดน้ำมันมาก

 

14.Honda Jazz

ราคา 555,000 บาท

จุดเด่น แฮทช์แบ็กรุ่นนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมด ไฮไลท์อยู่ที่เครื่องยนต์ใหม่ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ขุมพลังแรงขับสนุก เครื่องยนต์ขับคล่องและลื่นไหล แก้ปัญหาปัญหาเรื่องระบบช่วงล่างโคลงตัวของรุ่นเดิมได้แล้ว การยึดเกาะถนนดีเยี่ยม พร้อมระบบเกียร์ CVT ใหม่ 7 สปีด ขับง่ายทั้งในเมืองและต่างจังหวัด พวงมาลัยไฟฟ้าแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า สามารถควบคุมระบบเกียร์ด้วยพวงมาลัย มีระบบช่วยประหยัดน้ำมัน ECO Assist รองรับพลังงานทางเลือก E85 อัตรากินน้ำมันถือว่าประหยัดพอตัว สูงสุดอยู่ที่ 16 กม.ลิตร

จุดด้อย การปรับโฉมในรุ่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังไม่เทียบเท่ากับอีโคคาร์ของค่ายรถอื่น ๆ

15.NISSAN NOTE

ราคา 568,000 บาท

จุดเด่น คอมแพ็คแฮทช์แบคเป็นอีกรุ่นที่ขับสนุก ดีไซน์ภายนอกดูคล่องตัว ปราดเปรียว กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียมหรู ติดไฟคู่หน้าแบบแอลอีดีโปรเจคเตอร์ มาพร้อมสัญญาณไฟเลี้ยว LED ในตัว และไฟเบรก LED ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทั้งแถวหน้าและแถวหลัง อีโคคาร์รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า อัตราเร่งดีตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ อัตราการกินน้ำมัน 13-21 กม./ลิตร ขึ้นกับจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระ ถือว่าประหยัดใช้ได้ ช่วงล่างนุ่มนวลนั่งสบายจะพาครอบครัวเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดก็สะดวก

จุดด้อย เวลาขับเร็ว 80-90 กม./ชม.มีเสียงลมลอดเข้ามาในห้องโดยสาร ตัวรถสูงเวลาขับเร็ว ๆ ลมพัดแรงมีอาการโคลงบ้าง

16.Toyota Vios

ราคา 609,000 บาท

จุดเด่น รุ่นปรับปรุงใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกและภายในดีไซน์สปอร์ตคมเข้มสะดุดตา ล้อแม็ก 16 นิ้ว สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยมาตรฐานแบบครบครัน รุ่นเริ่มต้น (Entry) ใช้เครื่องยนต์รหัส 2NR-FBE ขนาด 1.5 ลิตร Dual VVT-i กำลัง 108 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด Sequential shift อัตราการกินน้ำมัน 16-17 กม./ลิตร มีกล้องมองหลังและสัญญาณกะระยะถอยหลังช่วยให้ถอยจอดได้อย่างแม่นยำ พวงมาลัยระบบ EPS ตอบสนองค่อนข้างไวและแม่นยำ ขับปลอดภัยมั่นใจทั้งการเข้าโค้งและเปลี่ยนเลน เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะใกล้ในเมืองและออกต่างจังหวัด

จุดด้อย เวลาขับเร็ว 90-100 กม./ชม.ขึ้นไป เริ่มมีเสียงลมลอดเข้ามาในห้องโดยสาร การทรงตัวอาจจะมีโคลงเล็กน้อย แต่ไม่มีอาการร่อนหรือปัด

17.MG5

ราคา 649,000 บาท

จุดเด่น ตัวถังซีดานสไตล์คูเป้ ปราดเปรียว พื้นที่ห้องโดยสารกว้างนั่งสบายเทียบชั้นคอมแพ็คคาร์ อีกไฮไลท์อยู่ที่ความแรงของเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร กำลัง 129 แรงม้า อัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 16 กม./ลิตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วให้เป็นแบบ Sport หรือ Manual ก็ได้ รองรับการใช้งานในเมืองและขับออกต่างจังหวัดอย่างมั่นใจเพราะตัวถังแกร่งและช่วงล่างมั่นคงมาก อัดแน่นอุปกรณ์เทคโนโลยีและฟังก์ชั่นที่คุ้มมากเมื่อเทียบกับราคา

จุดด้อย ปัญหาของแบรนด์ที่ไม่ใช่รถตลาดมักจะอยู่ที่อะไหล่หายาก สำหรับ MG5 ตัวถังใหญ่เกินกว่าจะเป็นซิตี้คาร์ขับในเมือง ถ้าขับนอกเมืองจะดีกว่า ตัวถังใหญ่น้ำหนักมากยังกินน้ำมันอีกด้วย

 

18.Honda Mobilio

ราคา 699,000 บาท

จุดเด่น ตัวถังแบบรถครอบครัวตอบโจทย์ชีวิตในเมืองที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ต้องการทั้งรถขับประหยัดในเมืองและออกเดินทางไกล แนะนำรถ รุ่นนี้ที่ปรับใช้งานได้ลงตัว มิติตัวถังขนาดเดียวกับซับคอมแพ็ค พรั่งพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น การตกแต่งคุ้มเกินราคาจริง ๆ มีทั้งไฟตัดหมอกคู่หน้า กันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง ล้ออัลลอย ภายในแต่งหรู มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส เครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ อัตราใช้น้ำมันราว 15 กม./ลิตร และรองรับพลังงานทางเลือก E85 เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหารถครอบครัวราคาถูก

จุดด้อย ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ไม่ต่างจากรุ่นก่อนมากนัก ตัวถังค่อนข้างเทอะทะสำหรับอีโคคาร์ขับในเมือง แต่ถ้าคิดในแง่ความคุ้มค่าก็ยังขับคล่องตัว

19.Mitsubishi Xpander

ราคา 789,000 บาท

จุดเด่น รถคันใหญ่สไตล์ครอสโอเวอร์รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ รูปลักษณ์ภายนอกเน้นเส้นสายเฉียบคมเด่นสะดุดตา ภายในห้องโดยสาร รองรับสูงสุด 7 ที่นั่ง นั่งสบายมากช่วงขาและไหล่กว้าง ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน รถขับประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีด ECI-MULTI ให้อัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด 21 กม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เร่งเครื่องเร็วขับขึ้นเขาหรือทางลาดชันสบายไม่มีอาการโคลง ภายในกว้างและสะดวกสบาย มีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นกดรับสายและโทรออกได้ คอนโซลติดจอแบบทัชสกรีนพร้อมกล้องมองหลัง ระบบความปลอดภัยจัดเต็มเกินราคา ใช้งานได้ดีทั้งในเมือง และต่างจังหวัด

จุดด้อย เบาะแถวที่ 3 ไม่เหมาะสำหรับคนตัวใหญ่ ต้องให้เด็กหรือผู้หญิงนั่งจะไม่อึดอัด ถ้าขับทางไกลใช้ความเร็วมาก ๆ ไม่ได้ ขับเร็วเกิน 100-120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์สูงเกินไปเครื่องอาจจะร้อนจัดและเกิดความเสียหาย

 

20.Mazda 3

ราคา 857,000 บาท

จุดเด่น รถซิตี้คาร์ดีไซน์ All New ทันสมัยระดับพรีเมียมสวยเตะตา มีทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็ก (4 ประตู และ 5 ประตู) จัดเป็นรถนั่งขนาดกลาง ราคาค่อนข้างสูงกว่าอีโคคาร์ ขับง่ายเพราะปรับคอนโซลใหม่ให้มีเฉพาะปุ่มจำเป็น เครื่องยนต์ขนาด 2 ลิตร เร่งได้ถึง 187-190 แรงม้า เกือบเท่ารุ่น 2.5 ลิตร แต่ขับประหยัดเท่ากับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร อัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 16-17 กม./ลิตร เพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ  i-Active 4AW ครั้งแรกของ Mazda3 ภายในตกแต่งหรูกว่าคู่แข่งคลาสเดียวกัน

จุดด้อย บางคนอาจรู้สึกว่าห้องโดยสารด้านหลังแคบไปหน่อย เครื่องยนต์ออกตัวไม่แรงและเสียงค่อนข้างดัง ห้องโดยสารยังเก็บเสียงไม่เงียบเท่าไร

 

ทั้งหมดคือคุณสมบัติของอีโคคาร์น่าใช้ ในภาวะเศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ หลายคนยอมรับว่ากำลังตัดสินใจมองหารถยนต์ใหม่จะมองเรื่องหลัก ๆ คือราคาเริ่มต้นผ่อนสบาย ขับง่าย ขับประหยัด พื้นที่กว้างขวางนั่งสบาย แต่ละรุ่นมีข้อดีแตกต่างกันไป ข้อด้อยจุกจิกก็มีแล้วแต่ว่าจะรับได้มากน้อยแค่ไหน แนะนำรถ 20 อันดับไว้ประกอบการตัดสินใจว่ารถคันไหนตอบโจทย์ตรงใจเหมาะที่จะเป็นรถยนต์คันแรกและคันต่อไปของคุณ ลองขับแล้วชอบ เลือกแล้วว่าคุ้ม ก็จัดได้เลย

 

More To Explore