20 อันดับธุรกิจที่ควรใช้ โปรแกรมขายหน้าร้าน พร้อมข้อดีข้อเสียที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

 

 

            อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าปัจจัยสำคัญในการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้วัดกันที่จำนวนลูกค้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ซึ่งหากเป็นการทำธุรกิจสมัยก่อนแน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจต้องลงไปคุมงานเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น สั่งซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าเข้าร้าน เช็คสต็อกสินค้า นับจำนวนสินค้าที่เหลือ บันทึกข้อมูลสินค้า คำนวณต้นทุน กำไร ภาษี ยอดขาย ออกบิล รวมไปถึงตรวจสอบความนิยมของลูกค้า ทำให้การจัดการธุรกิจแบบเดิมต้องจ้างคนงานเป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าของธุรกิจก็ยังจำเป็นต้องตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความถูกต้องและป้องกันการทุจริตของคนงาน ทำให้เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ โดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้เลย

            อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้มีการพัฒนา โปรแกรมขายหน้าร้าน หรือ Point of sale ซึ่งมีชื่อย่อว่า POS โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดหารธุรกิจมากขึ้น เพราะโปรแกรมขายหน้าร้าน ถูกออกแบบมาให้สามารถทั้งทำได้ทั้ง คิดเงิน บันทึกยอดขาย เก็บข้อมูลลูกค้า ตัดสต็อกสินค้าอัตโนมัติ  บันทึกประวัติการซื้อของลูกค้า ทำทะเบียนข้อมูลสมาชิก คำนวณต้นทุน กำไร ยอดขายในแต่ละวันอัตโนมัติ ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของช่องเก็บเงิน กำหนดผู้ที่เข้าถึงระบบเพื่อป้องกันการทุจริต เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต เครื่องอ่านบาร์โค้ด เครื่องพิมพ์สลิปและอีกมากมาย แถมยังปรับเปลี่ยนแก้ไขฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้ง่ายเพื่อให้เข้ากับธุรกิจของตัวเองได้ง่ายอีกด้วย ทำให้ปัจจุบันสามารถพูดได้ว่า โปรแกรมขายหน้าร้าน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การบริหารธุรกิจง่ายและสะดวกขึ้น แต่จะมีธุรกิจไหนบ้างที่ควรนำ โปรแกรมขายหน้าร้าน มาใช้งาน วันนี้เราคำตอบพร้อมข้อดีข้อเสียที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้มาฝาก

 

1. ร้านอาหาร

ต้องบอกว่าร้านอาหารเป็นหนึ่งในธรุกิจที่ขึ้นชื่อเรื่องความหินในการบริหาร เพราะความต้องการของผู้บริโภคไม่ใช่แค่อาหารอร่อยเท่านั้น แต่การบริการต้องสมบูรณ์แบบด้วย การนำโปรแกรม ROS มาใช้จะช่วยให้เปิดโต๊ะได้ทันทีเมื่อเห็นลูกค้าเดินเข้าร้าน  ส่งต่อออเดอร์จากพนักงานเสิร์ฟตรงไปยังแคชเชียร์และครัวได้ทันทีทำให้ออกอาหารได้รวดเร็วและลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของพนักงาน ตักสต็อควัสดุดิบและสามารถแจ้งลูกค้าได้ทันทีเมื่อวัตถุดิบของเมนูที่ลูกค้าสั่งหมด ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต นอกจากนั้นเจ้าของร้านยังสามารถเช็คข้อมูลการขายได้สะดวกอีกด้วย สำหรับข้อเสียคือ จำเป็นต้องสอนให้ลูกน้องทั้งร้านเข้าใจระบบการทำงาน เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ร้านกาแฟ

อีกหนึ่งธุรกิจที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนู ข้อดีของการนำโปรแกรม ROS มาใช้งานในร้านกาแฟจะช่วยให้เก็บข้อมูลความนิยมของลูกค้าได้เป็นระเบียบมากขึ้น เจ้าของร้านสามารถเรียกดูข้อมูลการขายมาประเมินได้ทุกเมื่อที่ต้องการ อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลหากมีธุรกิจร้านกาแฟหลายสาขา สำหรับข้อเสียคือ ถ้าเป็นธุรกิจร้านกาแฟขนาดเล็กหรือมีเมนูกาน้อยอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุนซื้อ  โปรแกรมขายหน้าร้าน

3. ร้านเบเกอรี่

เช่นเดียวกับร้านกาแฟปัญหาสำคัญในการจัดการร้านเบเกอรี่คือ การจัดการเมนูขนมปัง ซึ่งโปรแกรม ROS จะช่วยเก็บข้อมูลการชายทำให้เจ้าของทราบว่าเมนูไหนเป็นเมนูขายดี นอกจากนั้นยังตัดสต๊อคทันทีเมื่อลูกค้าซื้อขนมออกจากร้าน ทำให้สามารถผลิตขนมเติมที่ชั้นขายได้ทันตามความต้องการของลูกค้า สำหรับข้อเสียก็เช่นเดียวกับร้านกาแฟ ถ้าเป็นร้านขนาดเล็กอาจไม่คุ้มค่ากับราคาค่าโปรแกรมที่จ่าย

4. ธุรกิจผับบาร์

การนำโปรแกรม ROS มาใช้กับธุรกิจผับบาร์ จะช่วยให้การจัดการสต็อกเครื่องดื่มแอลกฮอล์ง่ายขึ้น อีกทั้งเจ้าของร้านยังไม่ต้องเข้าไปดูแลร้านทุกวัน เนื่องจากสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวภายในร้านผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนข้อเสียนั้นถึงแม้ว่าจะโปรแกรมจะช่วยจัดการสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของธุรกิจควรเข้าไปดูแลสต็อกสินค้าด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันการทุจริตของพนักงาน เพราะเครื่องดื่มแอลกฮอล์บ้างประเภทมีราคาสูง

5. ร้านขายยา

สำหรับธุรกิจร้านขายยานั้นสิ่งสำคัญคือ การเก็บสต็อกสินค้า เนื่องจากยารักษาโรคนั้นมีมากมายหลายชนิดหลายยี่ห้อ ทั้งยาสามัญประจำบ้าน ยาใช้ภายใน ยาใช้ภายนอก อาหารเสริม เวชสำอาง ทำให้การจัดทำสต็อกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลามาก ดังนั้นการใช้โปรแกรม ROS จึงช่วยประหยัดเวลาในการจัดการสินค้าในร้าน รวมทั้งช่วยจัดเก็บประวัติการใช้ยา ทำให้ง่ายต่อการสั่งซื้อสินค้ามาสต็อกในร้านด้วย ส่วนข้อเสียคือ ต้องเลือกโปรแกรมที่มีฟังก์ชันการทำงานที่เหมาะสมกับการใช้งานและหากเป็นร้านขายยาขนาดใหญ่ต้องจำเป็นต้องสอนพนักงานทั้งหมดให้เข้าใจระบบการทำงานของโปรแกรมเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูล

6. ร้านหนังสือ

อีกหนึ่งธุรกิจที่มีสินค้าหลายประเภท เพราะนอกจากหนังสือจะมีมากมายหลายแยกย่อยหลายประเภทแล้ว ยังมีหลายสำนักพิมพ์ โปรแกรม ROS จึงเข้ามาช่วยทั้งเรื่องการจัดสต็อกในร้าน ตัดยอดหนังสือที่ขาย เช็คจำนวนหนังสือที่มีในร้าน เช็ครายชื่อหนังสือขายดี ตัดจำนวนหนังสือเก่าคงค้างคืนสำนักพิมพ์ ส่วนข้อเสียคือ ต้องฝึกฝนพนักงานให้มีความชำนาญ เพราะต้องคีย์ข้อมูลสินค้าอยู่ตลอดเวลา

7. ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น

หากพูดถึงธุรกิจที่ได้มีมากที่สุด แน่นอนว่าหลายคนต้องนึกถึงธุรกิจขายเสื้อผ้า เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ ขายง่าย ได้กำไรเร็ว แต่หากนำโปรแกรม ROS มาช่วยจัดการก็จำช่วยทราบว่าสินค้าในร้านมีจำนวนเท่าไหร่ แบบไหนหรือสีไหนที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ซึ่งเจ้าของร้านสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนเพื่อขยายธุรกิจในขั้นต่อไปได้ สำหรับข้อเสียคือ การนำข้อมูลการซื้อสินค้ามาใช้วางแผนการตลาดอาจไม่ได้เป็นการการันตีถึงยอดขาย เนื่องจากสินค้าประเภทแฟชั่นต้องอาศัยข้อมูลหลายด้านประกอบกัน

8. ร้านขายรองเท้า

เช่นเดียวกับร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายรองเท้าเองก็ต้องมีสินค้าหลากหลายแบบ หลายสี และยังต้องมีหลายไซซ์อีกต่างหาก  ดังนั้นโปรแกรม ROS จึงมีข้อดีในการช่วยจัดหมวดหมู่ประเภทรองเท้า เช็คจำนวนสินค้าคงเหลือซึ่งสามารถสั่งผลิตได้ทันทีเมื่อตรวจสอบว่าแบบไหนเหลือจำนวนน้อยหรือได้รับความนิยมมากกว่าแบบอื่น ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น ส่วนข้อเสียนั้นก็เช่นเดียวกัน เพราะรองเท้าจัดเป็นสินค้าประเภทแฟชั่นเหมือนกัน ดังนั้นข้อมูลการซื้อสินค้ามาใช้วางแผนการตลาดอาจไม่ได้เป็นการการันตีถึงยอดขายในอนาคต

9. ร้านขายปลีก

     ถือว่าเป็นอีกหนึ่งที่หากคิดจะทำสิ่งแรกที่เจ้าของธุรกิจควรมีคือ เวลา เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้ต้องอาศัยความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน เรียกได้ว่าเจ้าของต้องเข้าไปดูแลร้านทุกวัน เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งปัญหาของในร้านหาย จำนวนเงินในลิ้นชักไม่เท่ากับจำนวนของที่ขาย พนักงานทุจริต แต่หากนำโปรแกรม ROS มาใช้งานก็จะช่วยให้การจัดเก็บสินค้าเป็นระบบและตรวจสอบการทำงานของพนักงานได้ง่ายขึ้น หมดปัญหาเรื่องทุจริตภายในร้าน สำหรับข้อเสียคือ ต้องมีความชำนาญในการใช้โปรแกรมเพราะต้องคีย์ข้อมูลสินค้าที่จัดเก็บอย่างต่อเนื่อง

10. ร้านสปา

มองเผิน ๆ ร้านสปาอาจไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรม ROS เพราะไม่ได้ขายสินค้าใดเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นการ นำโปรแกรมมาใช้จะช่วยบันทึกข้อมูลการทำงานของพนักงานนวด การจองเวลานวดของลูกค้า อุปกรณ์ที่นำไปใช้สำหรับลูกค้าแต่ละคน ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการคิดค่าบริการ ค่าคอมมิชชั่นของพนักงานและเช็คสต็อกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในร้าน นอกจากนั้นยังสามารถบันทึกประวัติการใช้บริการของลูกค้าไว้ปรับปรุงการให้บริการอีกด้วย ส่วนข้อเสียนั้นแน่นอนว่าต้องมีพนักงานหนึ่งคนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตลอดเวลาเพื่อคอยบันทึกข้อมูล

11. ร้านเสริมสวย

ข้อดีของการใช้โปรแกรม ROS ร้านทำผมนั้นก็เช่นเดียวกับร้านสปา โดยประโยชน์หลัก ๆ ก็เป็นเรื่องการบันทึกการทำงานของพนักงานและเช็คสต็อกอุปกรณ์ภายในร้าน  ส่วนข้อเสียนั้นก็ไม่ต่างกันร้านเสริมสวยทุกร้านควรมีพนักงานที่ชำนาญการใช้โปรแกรมหนึ่งคนคอยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ภายในร้าน

12. คลินิกรักษาโรค

        อีกหนึ่งธุรกิจที่ควรมีโปรแกรม ROS ไว้ใช้งาน เพราะธุรกิจประเภทนี้นี้ต้องให้ความสำคัญต่อการจัดสต็อก ด้วยยาบ้างประเภทเป็นยารักษาโรคที่สั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ดังนั้นการจดบันทึกอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายและยุ่งยากในการจัดการ นอกจากนั้นโปรแกรมยังสามารถบันทึกข้อมูลประวัติของคนไข้ไว้ตรวจสอบย้อนหลังได้ด้วย สำหรับข้อเสียคือ คลินิกอาจต้องจ้างพนักงานอีกหนึ่งตำแหน่งเพิ่ม เพื่อทำหน้าที่คีย์ข้อมูลอุปกรณ์ภายในคลินิกโดยเฉพาะ เพื่อไม่เบียดเบียนการทำงานของพยาบาลประจำคลีนิค

13. ร้านขายเครื่องเขียน

สำหรับใครที่นึกอยากทำธุรกิจร้านชายเครื่องเขียนสิ่งแรกที่ต้องทำใจคือ เรื่องการสต็อกสินค้า เพราะเครื่องเขียนมีมากมายหลายประเภท หลายแบบ เรียกได้ว่ายิบย่อยจนหลายคนปวดหัว เวลาจะเช็คสต็อกครั้งนึงอาจต้องเกณฑ์ลูกน้องทั้งร้านมาช่วย แต่ถ้านำโปรแกรม ROS มาใช้ก็จะช่วยตรวจนับสินค้าได้งสะดวกขึ้นและจัดซื้อสินค้าเข้าร้านได้อย่างถูกต้อง ส่วนข้อเสียนั้นคือ ต้องมีการฝึกฝนพนักงานให้ความเชี่ยวชาญในการคีย์ข้อมูล เพราะต้องสต็อกสินค้าเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง

14. ร้านขายเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายเฟอร์นิเจอร์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ควรนำโปรแกรม ROS มาใช้งาน ซึ่งประโยชน์สำคัญคือ การจัดเก็บข้อมูลลูกค้า เนื่องจากสินค้าประเภทนี้มักมีบริการหลักการขาย การเก็บข้อมูลลูกค้าไว้จะช่วยให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้น รวมทั้งยังมีโปรแกรมออกใบเสนอราคา ระบบการคืนสินค้า ระบบติดตามหนี้ สำหรับข้อเสียนั้นอาจต้องฝึกฝนพนักงานให้มีความชำนาญในการใช้งานโปรแกรม เพื่อลดความผิดพลาดในการจัดการข้อมูลลูกค้าและอาจต้องใช้โปรแกรมที่เหมาะสำหรับร้านขายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะด้วย

15. ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง

     ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นอีกหนี่งธุรกิจที่ต้องมีการสต็อกสินค้าเป็นจำนวนมากและหลายประเภทเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นช่างก่อสร้างขาประจำ ดังนั้นนอกจากโปรแกรม ROS จะช่วยเรื่องการนับสต็อกสินค้าแล้ว ยังมีส่วนช่วยจัดเก็บข้อมูลลุกค้า การชำระเงินและระบบส่วนลดของลูกค้าแต่ละระดับ สำหรับข้อเสียคือ หากเจ้าของร้านส่วนใหญ่มักเป็นคนรุ่นเก่าอาจไม่คุ้นชินกับการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ จึงต้องอาศัยการเรียนรู้ หรือต้องตัดสินใจจ้างพนักงานมาทำหน้าที่จัดการข้อมูลโดยเฉพาะ

16. ร้านขายอะไหล่รถยนต์

     ข้อดีของการนำโปรแกรม ROS มาใช้กับธุรกิจร้านขายอะไหล่รถยนต์ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการสต็อก ซึ่งผลพลอยได้คือ ช่วยลดการทุจริตในร้าน เพราะต้องยอมรับว่าอะไหล่รถยนต์เป็นสินค้าที่ราคา บ้างชิ้นอาจสูงถึงหลักหมื่นบาท ดังนั้นโปรแกรม ROS จะช่วยให้การเบิกสินค้าจากคลังเป็นไปอย่างมีระบบ รวมถึงการตรวจสอบสินค้าคงเหลือก็รวดเร็วกว่าด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้จะโปรแกรมจะทำให้การจัดการสินค้าง่ายขึ้น แต่เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบสินค้าด้วยตัวเองเป็นระยะด้วย เพื่อป้องกันการสูญหายของอะไหล่รถยนต์

17. ร้านขายอุปกรณ์ไอที

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้อุปกรณ์ไอทีเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าใครก็ต้องมีคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งาน เพราะฉะนั้นจึงทำให้อุปกรณ์กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของหลายคน ซึ่งโปรแกรม ROS ก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องการตัดจำนวนสินค้าที่ขายได้ จำนวนสต็อกสินค้าในคลัง การออกบิลให้ลูกค้า การรับสินค้าชำรุดคืน สำหรับข้อเสียนั้นก็คือ ควรมีพนักงานประจำอยู่ที่เครื่องตลอดเวลา จึงต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในการใช้งาน

18. ร้านขายโทรศัพท์มือถือ

เนื่องจากสมัยนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ร้านขายโทรศัพท์มือถือ กลายเป็นธุรกิจยอดนิยมของเจ้าของธุรกิจมากมาย  ซึ่งการนำโปรแกรม ROS จะทำให้จัดการกับสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถ้าสต็อกของมากไปก็จะเป็นการนำสินค้ามาดองไว้จำหน่ายไม่ได้และอาจนำมาซึ่งภาวะขาดทุนในอนาคตได้ สำหรับข้อเสียนั้น ต่อให้มีโปรแกรมมาช่วยให้จัดการสินค้าให้ง่ายขึ้น แต่เจ้าของควรหมั่นเช็คสต็อกเพราะสินค้าที่ขายเป็นสินค้าที่มีราคาจึงควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

19. ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

     ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ควรนำโปรแกรม ROS มาใช้บริหารจัดการธุรกิจ เพราะด้วยการดำเนินของธุรกิจลักษณะนี้ต้องมีทั้งส่วนการออกใบเสนอราคา บิลใบเสร็จ การจัดส่ง การเคลมประกัน การดูแลหลังการขาย จึงต้องอาศัยการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ ส่วนข้อเสียอาจต้องใช้โปรแกรมที่มีการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานจำเพาะกับธุรกิจลักษณะนี้ เพื่อครอบคลุมการทำงานทุกขั้นตอน

20. ร้านขายของที่ระลึก

     ปิดท้ายด้วยธุรกิจร้านขายของที่ระลึกที่แน่นอนว่า ลักษณะร้านขายของประเภทนี้มักจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภทและหลายแหล่งที่มา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นงานฝีมือของกลุ่มแม่บ้านหรือชาวบ้านในต่างจังหวัด การนำโปรแกรมมาช่วยจะทำให้การจัดการสต็อกมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถประเมินได้ว่าสินค้าชนิดไหนขายดี ชนิดไหนขายไม่ได้  นอกจากนั้นโปรแกรมยังช่วยจัดเก็บประวัติของผู้ผลิตไว้สำหรับติดต่อซื้อขายสินค้าในภายหลัง ส่วนข้อเสียนั้นหากเป็นร้านขายของที่ระลึกขนาดเล็กอาจไม่สามารถลงทุนกับโปรแกรม ROS ราคาสูงได้ ทำให้อาจได้ฟังก์ชั่นการทำงานไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ

 

            เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 20 อันดับธรุกิจที่ควรใช้ โปรแกรมขายหน้าร้าน และข้อดีข้อเสียที่นำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งถึงจะมีข้อเสียบ้างในแต่ละธุรกิจ แต่ถ้านำไปใช้รับรองเลยว่าช่วยให้คุณจัดการกับธุรกิจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเหนื่อยน้อยลงอย่างแน่นอน

 

 

 

ปอย

ปอย

More To Explore