วิธีออมเงินที่ทำได้ง่ายๆ-หลังเกษียณมีกินมีใช้สบายชัวร์

การออมเงินเป็นสิ่งจำเป็นมาก ยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ข้าวของแพงขึ้นเรื่องๆ ถ้าหากใครไม่มีเงินเก็บจะลำบากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเจ็บป่วยที่จะไม่มีเงินไว้เป็นค่ารักษาพยาบาล และไหนจะช่วงหลังเกษียณที่อาจไม่ได้มีรายมากเท่าเดิมหรือมีกำลังวังชาพอที่จะทำงานได้เยอะๆเหมือนเดิม

เพราะฉะนั้นอย่าประมาท มาเริ่มออมเงินเสียตั้งแต่วันนี้ ทีละนิดทีละหน่อยก็ยังดี วันข้างหน้าจะได้อยู่สบาย

และสำหรับใครที่อยากจะหันมาออมเงินแบบจริงๆจังๆ จากเดิมที่เป็นคนเก็บเงินไม่เก่ง เก็บยังไงเงินก็รั่วไหลตลอด และยังไม่รู้ว่าจะออมแบบไหนดี ลองมาดูวิธีต่อไปนี้กัน

1. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

วิธีที่พื้นฐานที่สุดคือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย จดไว้ให้หมดว่าคุณได้เงินมาเท่าไหร่และใช้ไปเท่าไหร่บ้าง จดให้หมดทุกเม็ด การทำแบบนี้จะทำให้คุณเห็นภาพว่าเงินส่วนใหญ่หมดไปกับอะไร และมีอะไรที่ฟุ่มเฟือยบ้าง คราวหน้าจะได้ลดหรือตัดออกไป ทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น มีเงินเหลือเก็บเยอะขึ้น

2. ได้เงินมาแล้ว ควรแบ่งเก็บทันที

ควรฝึกทำให้เป็นนิสัย เวลาได้เงินมาสักก้อนนึง คุณควรแบ่งเก็บไว้จำนวนหนึ่ง จะเท่าไหร่ก็ได้ แต่ขอให้เก็บก็พอ เช่น วันนี้ได้เงินเดือนมา 15,000 คุณอาจจะแบ่งไว้เป็นเงินเก็บสัก 2,000 หรือ ได้โบนัสมา 40,000 ก็อาจแบ่งเก็บครึ่งนึง คือ 20,000 ไปเลยก็ได้ แบบนี้จะทำให้ใช้เงินได้อย่างสบายใจมากกว่า ไม่ต้องมาพะวงว่าจะไม่มีเงินเหลือเก็บ

3. แยกเงินออกเป็นส่วนๆ

ต่อจากข้อ 2. นอกจากแบ่งเงินเก็บแล้ว อย่าลืมแบ่งเงินที่เหลือออกเป็นอีกสองส่วนด้วย คือส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเน็ต ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเข้ายิม เป็นต้น และส่วนสำหรับใช้จ่ายทั่วไป เช่น ซื้อของที่อยากได้ ไปเที่ยว ไปดูหนัง เป็นต้น

4. เปิดบัญชีสำหรับเก็บเงินโดยเฉพาะ

หนึ่งในวิธีที่ได้ผล คือให้คุณเปิดบัญชีธนาคารขึ้นมาใหม่เลย โดยบัญชีที่ว่านี้ควรเป็นบัญชีฝากประจำ เพราะว่าถ้าคุณถอนเงินออกมาใช้ก่อนจะครบกำหนดฝาก คุณจะไม่ได้ดอกเบี้ยเลย และไม่ควรทำบัตรเอทีเอ็มด้วยถ้าหากไม่มั่นใจว่าตัวเองจะยับยั้งชั่งใจได้

5. ให้คนที่คุณไว้ใจช่วยเก็บให้

วิธีนี้ควรกับคนที่คุณไว้ใจได้จริงๆ เช่น คุณพ่อหรือคุณแม่ของคุณ วิธีการคือให้คุณไปเปิดบัญชีแบบในข้อ 4. แต่แทนที่จะเก็บสมุดบัญชีไว้กับตัวเอง ก็ให้คุณฝากไว้ที่คนที่คุณไว้ใจ เพียงเท่านี้เงินก็ปลอดภัยแล้ว เพราะคนที่คุณฝากไว้ก็ไม่สามารถถอนเงินคุณไปใช้ได้ เนื่องจากต้องใช้บัตรประชาชนกับลายเซ็นยืนยันตัวตน ส่วนคุณเองถ้าไม่มีสมุดก็ถอนเงินไม่ได้

ถ้าใครรู้ตัวว่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมาตลอด และคิดว่าตัวเองเก็บเงินไม่ได้แน่นอน วิธีนี้เหมาะกับคุณมาก และขอย้ำว่าอย่าลืมเลือกฝากกับคนที่ไว้ใจได้จริงๆ

6. ทำประกันสังคมหรือประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ

การทำประกันถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายเบี้ยทุกเดือน แต่ในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายคุณได้มากกว่า เพราะว่าถ้าคุณเกิดเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาลขึ้นมา ประกันก็จะดูแลค่ารักษาพยาบาลให้คุณเอง หายห่วง ในขณะที่ถ้าคุณตัวเปล่า คุณต้องจ่ายเองเต็มจำนวน

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจทำประกันทุกชนิด อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

7. อย่ามีรายได้จากทางเดียว

การออมเงินจะไม่มีวันคืบหน้าถ้าหากคุณเอาแต่ประหยัดอย่างเดียว แต่คุณต้องหารายได้เพิ่มด้วย การมีรายได้ทางเดียวนั้นเสี่ยงมาก เพราะถ้าเกิดคุณตกงาน คุณก็จะไม่มีอะไรเหลือไว้เลี้ยงชีพเลย

ยกตัวอย่างเช่น คุณทำงานประจำตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น คุณก็อาจหารายได้เสริมด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองถนัด เช่น ทำอาหารเดลิเวอรี่ รับแปลภาษา รับเขียนบทความ รับถ่ายภาพ หรือขายของออนไลน์ เป็นต้น

8. สมัครกองทุนการออมแห่งชาติ

ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนทำงานอิสระหรือมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จ-บำนาญ เพราะกองทุนการออมแห่งชาติจะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณโดยเฉพาะ

กองทุนการออมแห่งชาติอยู่ในความดูแลของรัฐบาล ใครจะสมัครก็ได้ ขอแค่มีสัญชาติไทย อายุ 15-60 ปี และไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จ-บำนาญ สมัครได้ง่ายๆเพียงแค่ติตด่อธนาคารออมสิน ธกส. หรือกรุงไทย ทุกสาขา ส่วนเอกสารก็ไม่ต้องเตรียมอะไรไปให้ยุ่งยาก มีแค่บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียว

ส่วนเงื่อนไขในการฝากเงินเข้ากองทุน หลักๆคือต้องฝากครั้งละไม่ต่ำกว่า 50 บาท และปีนึงห้ามเกิน 13,200 บาท นอกจากนี้จะยังได้รับเงินสมทบด้วย โดยจะได้ภายในสิ้นเดือนถัดๆไป ดังนี้…

-ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 30 ปี จะได้เงินสมทบ 50% ของจำนวนที่ฝากเข้า แต่ไม่เกินปีละ 600 บาท

-ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50 ปี จะได้เงินสมทบ 80% ของจำนวนเงินที่ฝากเข้า แต่ไม่เกินปีละ 960 บาท

-ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60 ปี จะได้เงินสมทบถึง 100% ของจำนวนเงินที่ฝากเข้า แต่ไม่เกินปีละ 1,200 บาท

เท่านั้นยังไม่พอ ถ้าหากอายุครบ 60 ปีแล้ว จะได้เงินบำนาญทุกเดือนตลอดชีวิต พร้อมด้วยเงินสมทบและโบนัส ถ้าพิการก่อนอายุจะครบ 60 ก็จะได้เงินออมและเงินปันผล ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนแล้ว ก็จะยังได้ทั้งเงินออมและเงินปันผลด้วย หรือแม้แต่ถ้าเสียชีวิตแล้ว ก็จะได้เงินเท่ากับจำนวนเงินในบัญชีด้วย

 

ปอย

ปอย

More To Explore