เรื่องที่ควรรู้ก่อน เปรียบเทียบบัตรเครดิต

บัตรเครดิต คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทหนึ่ง ที่ออกโดยธนาคารซึ่งสามารถใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการต่าง ๆ ตามห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไปไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในประเทศไทยหรือต่างประเทศรวมถึงการจ่ายเงินซื้อสินค้าออนไลน์ด้วย เปรียบเทียบบัตรเครดิต นั้นแทนเงินสดเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบ จากเดิมที่เป็นเงินสดมาในรูปแบบของบัตรเครดิตที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับเจ้าของบัตรเพียงแค่รูดบัตรเครดิตก็สามารถจับจ่ายใช้สอยแทนเงินสดได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะชำระค่าสินค้า ค่าบริการจำนวนเท่าไหร่ก็ตามหากไม่เกินวงเงินที่บัตรเครดิตมีก็สามารถชำระได้ทุกอย่าง พกแค่บัตรเครดิตใบเดียวไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากให้ต้องกังวลใจว่าจะหาย จะมีโจรมาดักจี้ ปล้นไหม เป็นการเซฟความปลอดภัยในเจ้าของเงินได้อีกช่องทางหนึ่งนั่นเอง

เงื่อนไขของการใช้บัตรเครดิต

        คำเรียกขานที่ เปรียบเทียบบัตรเครดิต ให้เป็นเสมือนดังเช่นเงินสดนั้น หากจะกล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเงินที่ทางธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตยอมให้เรายืมเงินของธนาคารมาให้ก่อนนั่นเอง

การมีบัตรเครดิตนั้นสร้างความสะดวกสบายในการจับจ่ายให้แก่เจ้าของบัตรเครดิตมากมาย ซึ่งการใช้บัตรเครดิตก็มีเงื่อนไขในการชำระเงินที่เรายืมไปใช้ก่อนจากธนาคารเจ้าของบัตรและเราต้องคืนให้กับธนาคารภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อป้องกันการเสียดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการไม่คืนเงินที่เรายืมของธนาคารไปใช้จ่ายก่อนซึ่งผู้ถือบัตรเครดิตควรต้องทราบเงื่อนไขของระยะเวลาในการใช้เงินคืนของบัตรเครดิตให้ละเอียดและถูกต้องเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวผู้ถือบัตรเครดิตเอง

โดยปกติแล้วบัตรเครดิตเกือบทุกประเภทจะมีระยะเวลาในการชำระเงินซึ่งมีระยะเวลาในการใช้เป็นรอบบิล เมื่อครบกำหนดตัดรอบบิล เราก็ต้องชำระบิลบัตรเครดิตตามจำนวนที่เราใช้จ่ายในแต่ละรอบ ซึ่งระยะเวลาระหว่างที่เรารูดบัตร กับระยะเวลาที่เราต้องจ่ายเงินชำระบิลบัตรเครดิตนั้น เรียกว่า ระยะปลอดหนี้ ระยะเวลาดังกล่าวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารซึ่งแต่ละนโยบายจะอยู่ภายใต้การควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทยทุกธนาคาร

ประเภทของบัตรเครดิต

        บัตรเครดิตหลักๆ แล้วจะมี 2 ประเภทคือ

  1.      บัตรเครดิตแบบที่ไม่มีเงินฝากค้ำประกัน และ
  2.      บัตรเครดิตแบบที่มีเงินฝากค้ำประกัน

บัตรเครดิตแบบที่ไม่มีเงินฝากค้ำประกัน คือบัตรเครดิตที่ทางธนาคารจะพิจารณาให้เครดิตลูกค้าแต่ละคนจาก

  •      สถานะทางการเงิน
  •      รายได้ประจำต่อเดือน

โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเงินฝากค้ำประกันในธนาคารครับและให้ลูกค้าผู้ถือบัตรสามารถรูดใช้จ่ายบัตรได้เลยส่วนบัตรเครดิตที่ต้องใช้เงินฝากค้ำประกันนั้น ลูกค้าจะต้องนำเงินฝากค้ำประกันไว้กับธนาคารเพื่อเป็นหลักทรัพย์การันตียอดเครดิตและไม่สามารถจะถอนได้ตราบเท่าที่ยังใช้บัตรเครดิตใบนั้น ๆ อยู่นั่นเอง

นอกจากนี้ เรายังสามารถแบ่งแยกบัตรเครดิตตามประเภทการใช้จ่ายได้อีกด้วย ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญได้แบ่งบัตรเครดิตออกเป็นสำหรับทานเข้า เติมน้ำมัน ซื้อตั๋วเครื่องบินและจองโรงแรม ใช้จ่ายเป็นเงินสกุลต่างประเทศและอื่น ๆ ซึ่งการใช้จ่ายในแต่ละประเภทนั้น จะมีบัตรเครดิตที่เหมาะและได้ผลตอบแทนสูงสุดแตกต่างกันออกไป เราสามารถหาข้อมูลและ เปรียบเทียบบัตรเครดิต แยกตามประเภทการใช้จ่ายได้เลยจากข้อมูลบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร บัตรเครดิตแยกตามประเภทการใช้จ่าย เช่น บัตรเครดิตสำหรับซุปเปอร์มาร์เก็ต บัตรเครดิตสำหรับช้อปปิ้ง บัตรเครดิตเติมน้ำมัน เป็นต้น

ประโยชน์ของบัตรเครดิต

นอกเหนือจากประโยชน์หลักๆที่กล่าวมาคือทำให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้จ่ายได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีเงินสด และชำระเงินคืนเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือนได้ในภายหลังแล้ว ในเรื่องประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของแต่ละธนาคาร ก่อนสมัครบัตรเครดิตควร เปรียบเทียบบัตรเครดิต ของแต่ละธนาคารให้ตรงกับความต้องการของเราด้วย ประโยชน์ที่เรามักจะได้รับจากบัตรเครดิต เช่น

  1.   ได้ค่าธรรมเนียมรายปีที่มักจะฟรีในปีแรก เพื่อกระตุ้นให้คนสมัครบัตรเครดิต และมีการใช้จ่ายตั้งแต่ปีแรก หลังจากนั้น อาจมีการคิดค่าธรรมเนียม ซึ่งสามารถขอยกเว้นได้ หากมีการใช้จ่ายเกินจำนวนที่กำหนด
  2.   ได้โบนัสพิเศษเมื่อตอนสมัครบัตร อาทิ คะแนนสะสมพิเศษเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรในรอบบิลแรก ไมล์สะสมพิเศษ หรือของขวัญ อาทิ กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น ซึ่งเป็นการดึงดูดให้คนมาสมัครบัตรเครดิตนั้นเอง
  3.   ช่วยให้ผู้ถือบัตรสามารถซื้อสินค้าที่อยากได้แต่ราคาแพงได้เลย ด้วยการผ่อนสินค้าเป็นรายเดือนผ่านบัตรเครดิต จะเสียดอกเบี้ยหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของร้านที่รับผ่อนสินค้านั้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ทางร้านค้าและธนาคารมักจะมีโปรโมชั่นร่วมกัน เช่น โปรโมชั่นผ่อนสินค้า 0% เป็นต้น
  4.   มีประโยชน์ในยามคับขัน หรือต้องการใช้เงินเร่งด่วนก็สามารถกดเงินสดออกจากบัตรเครดิตได้ เช่น ไปเที่ยวยังต่างประเทศ ไม่สามารถถอนเงินออกจากธนาคารได้และต้องใช้เงินสด ก็สามารถใช้บัตรเครดิตกดเงินสดจากตู้ ATMs ได้ แต่อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนดนั่นเอง
  5.      บัตรเครดิตบางใบเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศผ่านบัตรเครดิตนั้น ๆ จะได้รับประกันเดินทางคุ้มครองอุบัติเหตุฟรี ส่วนทุนประกันขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารครับ
  6.   ประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายได้แก่ การสะสมคะแนนเมื่อรูดบัตรหรือสะสมไมล์และสามารถนำคะแนนไปแลกเป็นของรางวัลหรือนำไมล์สะสมไปใช้แลกตั๋วเครื่องบิน อัพเกรดตั๋วเครื่องบินได้ในภายหลัง
  7.   บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง ในกรณีรถเสีย จองร้านอาหาร จองโรงแรม พนักงานช่วยเหลือของผู้ให้บริการบัตรเครดิต สามารถช่วยเหลือเราได้

ใครที่สามารถสมัครบัตรเครดิตได้บ้าง

คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเครดิตจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบัตร ขอรวบรวมลักษณะและคุณสมบัติกว้าง ๆ มาให้เพื่อนรับทราบดังต่อไปนี้

 

กรณีพนักงานประจำ

  •    มีรายได้ประจำต่อเดือนเข้าบัญชีธนาคารทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ
  •    มีสลิปเงินเดือน และหนังสือรับรองเงินเดือนออกโดยบริษัท
  •    อายุงาน 6 เดือนขึ้นไป
  •    อายุขั้นต่ำ 20 ปีสำหรับบัตรหลัก
  •    มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน

 

กรณีเจ้าของบริษัท

  •    มีกระแสเงินหมุนเวียนบัญชีขาเข้าย้อนหลัง 6 เดือน นับจากเดือนปัจจุบัน ส่วน จำนวนเงินขั้นต่ำในบัญชีขึ้นอยู่กับธนาคารและบัตรแต่ละใบ
  •    บัญชีเปิดมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี
  •    มีหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐานของบริษัท

ค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ใช้บัตรควรรู้

ในการใช้บัตรเครดิตนั้น มีค่าใช้จ่าย 5 อย่างที่ผู้ใช้บัตรเครดิตควรระวังและบางอย่างเราสามารถหลีกเลี่ยงได้

 

  1. อัตราดอกเบี้ย

โดยปกติ อัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตจะค่อนข้างสูง มากกว่าร้อยละ 20 ต่อปีและธนาคารจะหารออกมาเป็นรายวัน เพราะฉะนั้น หากเราต้องการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ควรจะจ่ายบิลบัตรเครดิตเต็มจำนวนในทุก ๆ เดือน ส่วนการจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนนั้นก็ยังต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน

 

  1. ค่าธรรมเนียมรายปี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คือค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตรายปี ซึ่งแล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคารว่าจะคิดหรือไม่และคิดเท่าไหร่ แต่กระนั้น ธนาคารมักจะมีนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี หากใช้จ่ายผ่านบัตรถึงยอดที่กำหนดต่อปี หรือเราอาจจะลองทำการต่อรองกับธนาคารเมื่อสิ้นปี เพื่อทำการขอยกเว้น ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่

 

  1. ค่าธรรมเนียมกดเงินสด

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หากทำการกดเงินสดผ่านบัตรเครดิตจากตู้ ATMs สิ่งที่เราจะต้องเสีย นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยที่คิดตั้งแต่วันแรกที่กดเงินสดแล้ว ยังรวมถึงค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดแต่ละครั้งอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องกดเงินสดจากบัตรเครดิต ก็หลีกเลี่ยงจะเป็นการดีที่สุด

  1. อัตราดอกเบี้ยกรณีผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิต

ไม่ใช่ทุกร้าน ที่รับผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิต แบบดอกเบี้ย 0% บางร้านจะคิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมด้วย เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะทำหารผ่อนสินค้าผ่านบัตร เช็คข้อมูลให้ดีก่อนทุกครั้ง

 

  1. ค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิต

ตามปกติแล้ว หากร้านค้าใดรับบริการรูดซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต จะมีค่าใช้จ่ายบางส่วนคิดเป็น 2-3% ที่ทางร้านจะต้องจ่ายให้กับทางธนาคารนั่นทำให้ร้านค้าบางร้านเลือกที่จะผลักภาระในส่วนนี้มาให้ลูกค้าผู้ใช้บัตรเครดิตแทน ซึ่งทางที่ดีก่อนที่จะรูดซื้อสินค้าที่ไหนเราควรสอบถามก่อนว่าทางร้านคิดค่าธรรมเนียมในการรูดบัตรเครดิตหรือไม่ และคิดเท่าไหร่นั่นเอง

คำถามสำหรับผู้ที่อยากสมัครบัตรเครดิต

ก่อนที่เราจะสมัครบัตรเครดิตก็ให้ถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองก่อนเพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาว่าเราควรสมัครบัตรเครดิตหรือไม่

  1. ทำไมถึงต้องการใช้บัตรเครดิต?

เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า อยากจะใช้บัตรเครดิตไปทำอะไร เช่น เก็บไว้ในกรณีฉุกเฉิน หรือใช้จ่ายเพื่อช็อปปิ้งแล้วได้สิทธิประโยชน์ โดยถ้าเป็นในข้อหลังแล้ว ก็มีร้านค้าและเว็บไซต์ซื้อของมากมายที่สามารถให้เราใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากราเป็นคนหนึ่งที่มียอด Shopping ค่อนข้างสูงหรือเดินทางบ่อย การใช้บัตรเครดิตเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์เช่นตั๋วเครื่องบินฟรี หรือคะแนนสะสมเพื่อแลกรับของรางวัลจากการช้อปปิ้ง ก็ถือว่าคุ้มค่ากับเราไม่น้อย

  1. วางแผนจะใช้บัตรเครดิตอย่างไร?

การวางแผนใช้บัตรเครดิตนั้นสำคัญมาก ๆ เราต้องคิดให้ออกก่อนจะทำการสมัครบัตรเครดิต ถ้าโดยปกติแล้วเราเป็นคนที่ใช้จ่ายอย่างตระหนี่ถี่เหนียวก็ใช้บัตรเดบิตต่อไปดีกว่า แต่ถ้าเราต้องการจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆอีกทั้งยังมีความสามารถที่จะควบคุมการใช้จ่ายเหล่านั้นได้ ใช้บัตรเครดิตก็ไม่เสียหายอะไรแถมยังได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

  1. เราสามารถจ่ายหนี้บัตรเครดิต ได้ตรงเวลาทุกเดือนหรือไม่?

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการมีบัตรเครดิตจะทำให้เราสามารถเข้าถึงสิ่งของหรูหราต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย หากเราไม่สามารถจะจ่ายบิลได้ในทุกเดือนแล้วละ เราก็ไม่ควรซื้อของอะไรก็ตามที่คิดว่าไม่สามารถชำระหนี้บัตรเครดิตได้ใน 1 เดือนเลยเพราะจะทำให้เราต้องมาแบกภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ภายหลัง

 

More To Explore