จัด 10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวชม วิถีชีวิต สุดคูลที่ปีนัง

ปีนังถูกขนานนามว่าไข่มุกแห่งตะวันออกและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สมกับที่ได้รับขนาดนามเสียจริงกับเมืองที่สวยงามโรแมนติก กลิ่นอายของวัฒนธรรมหลากลายผสมผสานได้อย่างมีเอกลักษณ์ด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม่เหมือนที่ไหน ทำให้สถานที่แห่งนี้มีเสน่ห์อันล้นเหลือเกินบรรยาย ยิ่งดึงดูดชวนอยากให้ไปสัมผัส ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในความสนใจของนักเดินทางที่อยากลองไปย้อนอดีตในเมืองเก่าของปีนังแถมได้ไปเห็น วิถีชีวิต ของคนท้องถิ่นนั้นด้วย รับรองหากไปเที่ยวต้องได้ภาพสวย ๆ ชิค ๆ แน่นอน ไม่รอช้าไปดูกันว่ามีที่เที่ยวตรงไหนบ้าง

ชุมชนชาวประมงเก่าแก่ (Chew Jetty)

อาชีพหลักของคนที่นี้คือการทำประมง เพราะรอบ ๆ เกาะเป็นทะเลทั้งหมด แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงมีชาวบ้านที่ประกอบอาชีพนี้อยู่และมีคนเก่าแก่หลงเหลืออยู่บ้างพอให้เราได้ศึกษาคนที่นี้เรียกคนกลุ่มนั้นว่า Chew Jetty ชุมชนประมงชาวจีนริมแม่น้ำ มีสะพานไม้ทำเป็นท่าเรือขนาดยาวไปจนถึงกลางทะเลชื่อว่า ท่าเรือ Tan Jetty สถานที่ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ จอร์จทาวน์ ใกล้กับ Penang Ferry Terminal บ้านเรือนแถวนั้นเป็นเพียงไม้เก่า ๆ สร้างผสมผสานศิลปะจีน เดินถ่ายรูปชมได้ทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีร้านขายที่ระลึกเก๋ ๆ เพี้ยบเลยหละ

จอร์จทาวน์

บ้านเรือนเก่าแก่มากมายที่มีกลิ่นอายของจีนผสมยุโรป คล้ายกับที่เที่ยวชุมชนภูเก็ตสไตล์ชิโนโปรตุกีสภายในจังหวัด เรียกได้เป็นศิลปะที่มีความน่าสนใจมากเพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สร้างเสน่ห์อันน่าหลงใหลเสมอ นอกจากนี้จอร์จทาวน์ยังอยู่ท่ามกลางศิลปะภาพวาดบนกำแพงมากมายสร้างความรู้สึกแปลกใหม่บางภาพสะท้อนความเป็นปีนัง วิถีชีวิตของคนเมืองเก่าออกมาได้งดงามและน่าจดจำ

ฉ่าก๋วยเตี๋ยวอาหารจีนยอดนิยม

วิถีชีวิต นอกจากจะสะท้อนออกมาด้วยภาพวาด การเป็นอยู่ อาชีพ แม้กระทั้งอาหารการกินสามารถบ่งบอกได้ถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติอย่างเช่นเมนูฉ่าก๋วยเตี๋ยวอาหารจีนยอดนิยมของชาวมาเล หากอยากได้อรรถรสในการกินท่ามกลางศิลปะเมืองเก่าอันมีเสน่ห์ราวกับกลับไปนั่งกินในอดีตต้องที่เกาะปีนังเท่านั้นต้นตำหรับของเมนูนี้เลยหรือหากเดินทางไม่สะดวกก็แวะไปชิมที่มาเลเซียได้ ผลพวงของเชื้อชาติที่มีหลากหลายทำให้ฉ่าก๋วยเตี๋ยวมีสูตรการผัดและวัตถุดิบที่แตกต่างกัน แต่ยังคงรสชาติอาหารพื้นเมืองไว้ได้

บ้านสกุลคู (Khoo Kongsi)

เป็นสิ่งก่อสร้างสะท้อนถึง วิถีชีวิต ของชาวจีนสมัยก่อน บ้านที่มีความโออ่าราวกับพระราชวังของจักรพรรดิจีน จึงเป็นเหตุให้เทพเจ้าโกรธจนเกิดไฟไหมบ้านตั้งแต่วันแรกที่สร้างเสร็จ และเพราะความงดงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้อันควรค่าแก่การเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาจึงทำการสร้างใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 1902 เรียกได้ว่ายิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดสนใจมากยิ่งขึ้น ตั้งตระหง่านโดดเด่นบนเกาะปีนังมาจนถึงปัจจุบัน

Street Art

เป็นถนนสายศิลปะเลยก็ว่าได้ที่มีภาพวาดบนฝาผนังข้างถนน กำแพงตึกราบ้านช่อง ทำให้ถนนสายธรรมดา ๆ ไม่ธรรมดาอีกต่อไป ความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนเหล่านั้นที่รังสรรค์ขึ้นมาเข้ากับบรรยากาศโดยรอบจริง ๆ บวกกับสิ่งก่อสร้างเก่าแก่มากมายที่มีกลิ่นอายของหลากหลายเชื้อชาติผสมอยู่ ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนภาพวาดเหล่านี้ก็แทบจะแทรกไปทุกมุม ถูกใจคนที่ชอบการถ่ายภาพแน่นอน

Gurney Plaza

แหล่งรวมอาหารมากมายในตอนเย็น บรรยากาศเหมือนไนท์บราซ่าเมืองไทยอะไรแบบนั้น ไม่เพียงนักท่องเที่ยวเท่านั้นคนในละแวกใกล้เคียงก็ต้องออกมาเดินหาอะไรอร่อย ๆ กินเช่นกัน มีหลากหลายร้านตกแต่งได้น่าสนใจดึงดูดลูกค้าจำนวนมาก เห็นแล้วชวนหิวเสียจริงเพราะที่นี้เขาเน้นขายอาหารเป็นหลัก

ย่านลิตเติ้ลอินเดีย

อีกหนึ่งสีสันบนเกาะปีนังสมกับเป็นสถานที่ที่รวมคนหลากหลายเชื้อชาติเสียจริง ถือเป็นกลิ่นอายของวัฒนธรรมไม่เหมือนใครและหนึ่งในเสน่ห์อันน่าหลงใหลก็คือ แหล่งชุมชนย่านลิตเติ้ลอินเดียที่มีร้านอาหารให้เราแวะทาน และหากคุณอยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ในการดูหนังฟังเพลง อ่านหนังสือ หละก็คุณจะได้สัมผัสถึง วิถีชีวิต ความเป็นอินเดียทั้งหมด บวกกับมีสาว ๆ ห่มสาหรี่สีสันสดใสต่าง ๆ เดินพลุกพล่านเติมสีสัน และโบสถ์ฮินดูประนึงอยู่อินเดียเลยก็ว่าได้

พิพิธภัณฑ์ปีนังเปรานากัน

คฤหาสน์ตระกูลใหญ่เก่าแก่เปรานากัน ซึ่งถูกขายให้กับเศรษฐีรุ่นใหม่ จึงนำมาปรับปรุงเพิ่มเติมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนได้เข้าชมความโออ่า ด้านในเต็มไปด้วยโบราณวัตถุและของสะสมมากกว่า 1,000 ชิ้น อาคารของตึกแห่งนี้เป็นการรวมสถาปัตยกรรมหลายแบบทั้งจีน อินเดีย อังกฤษ ผสมผสานออกมาได้อย่างงดงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างมากทั้ง ศิลปะ วัฒนธรรมและ วิถีชีวิต โดยเฉพาะด้านในที่มีความงดงามจับจิตรเกินบรรยายต้องลองไปสัมผัสเองกับตา

ชมวิวที่ชั้น 65 บนตึก Komta

มาชื่นชมความงดงามของ ศิลปะ วัฒนธรรม และ วิถีชีวิต ของเกาะปีนังบนตึกความสูง 65 ชั้น สามารถมองเห็นเมืองเหล่านั้นในมุมสูงในรูปแบบกระจก เรียกได้ว่าประทับใจไม่แพ้การได้ไปสัมผัสใกล้ ๆ เลย ตึงแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของการรขนส่งและเคยเป็นจุดเชื่อมต่อสายรถเมล์บนเกาะปีนังด้วย ปัจจุบันท่ารถย้ายออกไปแล้ว ยังคงตัวตึกไว้และมีสำนักงาน มีร้านค้า ร้านอาหาร ไว้คอยให้บริการเช่นเคย

Penang Hill

เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเกาะปีนังมีความสูงถึง 830 เมตรจากระดับน้ำทะเล นอกจากนี้ด้านบนปีนังฮิลล์ร่วมรื้นไปด้วยแมกไม้ ส่วนการเดินทางขึ้นมานั้นมีให้เลือกสองแบบอาทิ นั่งรถรางไฟฟ้า 10 นาทีถึง ส่วนใครที่ชอบการเดินชิล ๆ ชื่นชมบรรยากาศระหว่างทางก็ถือเป็นทางเลือกไม่เลวเลยหละ

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจและมีไอเดียน่าสนใจหลายอย่างที่อยากจะนำกลับมาสร้างสรรค์ที่เมืองไทยบ้าง จะเห็นได้ว่าบนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ในทุกมุมของเมืองสร้างความประทับใจทวีขึ้นเรื่อย ๆ สมกับเป็นไข่มุกแห่งตะวันออกเสียจริง ไม่เพียงสถาปัตยกรรมที่มีหลากหลายวัฒนธรรม มันเป็นเสน่ห์ที่ผสมกลืมกลืนอยู่ในนั้นอย่างลงตัว กลายเป็นเอกลักษณ์ของปีนัง ยังไงว่าง ๆ เพื่อน ๆ ลองมาสัมผัสสักครั้งเผื่อจะเจอคำตอบของชีวิต