ตื่นตากับ 26 อันดับ “สิ่งมหัศจรรย์ของโลก” ที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง

ตราบใดที่โลกของเรายังไม่หยุดหมุน การเปลี่ยนแปลงย่อมไม่มีสิ้นสุด เช่นเดียวกับ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่มีการจัดอันดับก่อนหน้านั้นเพียง 7 แห่ง ณ เวลานี้จำนวนสถานที่เพิ่มขึ้นเป็น 26 แห่ง มีความงดงามและโดดเด่น ไม่เพียงเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้าง แต่ธรรมชาติก็ได้รังสรรค์ขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับมีเวทมนต์สะกดสายตาคนทั้งโลก วันนี้พี่หมีจึงรวมสถานที่เหล่านั้นมาให้ได้ทึ่งกันและเชื่อว่าหลาย ๆ คนได้เห็นคงอยากจะแพ็คกระเป๋าจองตั๋วไปชมความงามนั้นเป็นแน่

1. น้ำตกไนแอการา

ประเทศแคนาดา ความกว้างของน้ำตกทำให้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ นั้นเพราะมีน้ำตกหลายสายมาบรรจบกัน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศแคนนาดาและรัฐนิวยอร์ก เพื่อน ๆ สามารถชมความงดงามได้ที่จุดชมวิวหรือล่องเรือไปดูก็ได้ครับ

2. แกรนด์แคนยอน สหรัฐอเมริกา

กว่าร้อยล้านปีจะเป็นแกรนด์แคนยอน ดินแดนหินผาและหุบเหว มีความสูงถึง 1,600 เมตร ความยิ่งใหญ่เหล่านี้เกิดจากแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่านที่ราบสูง และเกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกพื้นดินจึงเปลี่ยนรูปกลายเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ การกัดเซาะนานหลายปีทำให้เกิดชั้นหินต่าง ๆ ดังที่ปรากฏ งดงามและยิ่งใหญ่สมกับเป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

3. ทะเลสาบ Peyto

การไปทะเลไม่จำเป็นต้องไปในช่วงหน้าร้อน หรือใส่บีกีนี่ลงเล่นน้ำ เปลี่ยนฟิวบ้างไปทะเลในช่วงฤดูหนาวดื่มด่ำกับธรรมชาติ อย่างทะเลสาบ Peyto คล้ายรูปสุนัขจิ้งจอกของประเทศแคนนาดา นอกจากจะมีรูปร่างที่เก๋แล้ว สีสันของน้ำทะเลฟ้าสดใสราวกับใส่ฟิลเตอร์ก็ไม่ปาน ถือเป็นจุดเด่นของสถานที่นี้เลยหละ ซึ่งน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งพัดพาเอาตะกอนละเอียด เหมือนแป้ง (rock flour) ไหลลงสู่ทะเลสาบ ทำให้น้ำเป็นสีขุ่นคล้ายน้ำนม

4. หน้าผา Moher ประเทศไอร์แลนด์

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติไม่ว่าจะถ่ายรูปในมุมไหนก็สวย มีความยาวของหน้าผาประมาณ 8 กิโลเมตร ความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตร เชื่อว่าหากใครได้ไปยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเหล่านี้คงได้รับโอโซนบริสุทธิ์ แถมมีเสียงคลื่นกระทบหน้าผาดังกังวาน และหน้าผาโมเฮอร์แห่งนี้ได้ถือกำเนิดในทะเลโดยฐานหินปูน ที่เกิดจากโครงกระดูกนับไม่ถ้วนของสัตว์ทะเล ก่อตัวขึ้นกว่า 300 ล้านปีก่อน

5. ภูเขาไฟ Bromo ประเทศอินโดนีเซีย

สถานที่ท่องเที่ยวเหมาะมากกับสายลุยที่อยากไปเห็นความมหัศจรรย์ เพราะการเดินทางค่อนข้างซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันกว่าจะถึงภูเขาไฟ Bromo มีธรรมชาติมากมายให้เราได้หายเหนื่อย และเมื่อไปถึงจุดหมายที่เราเฝ้ารอคุ้มค่ามากกับการเหนื่อย เราจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟที่ปล่อยไอร้อนกลิ่นกำมะถันออกมาอย่างต่อเนื่อง มันเหนือคำบรรยายจริง ๆ ต้องไปเจอกับตาสักครั้ง

6. ทะเลสาบ Spencer ประเทศออสเตรเลีย

โลกของเรามี สิ่งมหัศจรรย์ ซ้อนอยู่มากมาย เช่นทะเลสาบสีชมพูหวานแหววราวกับมีคนมาผสมสีให้เกิดความงามนี้ขึ้น แท้จริงแล้วสีชมพูเกิดจากสารเคโรทีนที่มาจากสาหร่ายในทะเลสาบนั่นเอง ธรรมชาติสร้างความสวยงามนี้มาได้อย่างอัศจรรย์จริง ๆ สาว ๆ คนไหนชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ สถานที่นี้เหมาะสุดต้องลองไปสักครั้ง

7. Salar de Uyuni ประเทศโบลิเวีย

ทะเลเกลือที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลกจากโบลิเวีย ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนเชื่อว่าทุกภาพต้องได้บรรยากาศเงาสะท้อนราวกับเราอยู่ขอบโลก ซึ่งนี่เองที่ทำให้ได้รับขนานนามว่าผืนฟ้าจรดผืนโลก เชื่อว่าคงถูกใจช่างภาพหลายคนแน่นอน

8. อ่าวฮาลอง ประเทศเวียดนาม

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง ประเทศเพื่อนบ้านของไทยนั้นเอง ที่นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อพิชิตสิ่งมหัสจรรย์ของโลก ซึ่งความสวยงามและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของอ่าวฮาลองจึงได้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์กรยูเนสโก และนอกจากนี้เป็นอ่าวที่มีเกาะหินปูนกว่า 1,600 เกาะน้อยใหญ่ทั่วบริเวณไปหมด ความสวยงามก็ไม่แพ้ทวีปอื่นเลย

9. เดดซี ประเทศอิสราเอล/จอร์แดน

ชื่ออาจจะฟังดูน่ากลัว นั้นอาจเพราะทะเลมีความเค็มมากทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ มีเพียงเชื้อราและแบคทีเรีย แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ความงามลดลงเลย แถมยังมีความน่าอัศจรรย์อีกอย่างไม่เหมือนใครคือ เมื่อลงไปแช่น้ำตัวของเราจะลอยน้ำได้อย่างน่าประหลาด จึงขอแนะนำทะเลสาบเดดซีสให้กับคนที่ชอบเดินทางเป็นอีกหนึ่งจุดหมาย

10. อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ประเทศจีน

หากใครเคยชมภาพยนตร์เรื่องอวตาร์อาจจะคุ้นๆ สถานที่นี้ เพราะนี่คือต้นแบบของดาวแพนดอร่า นอกจากนี้จะเห็นว่าแท่งภูเขาหินทรายสูงขึ้นฟ้ามากกว่า 3,000 ยอด สะพานหินตามธรรมชาติ น้ำตก ถ้าใหญ่น้อยกว่า 40 แห่ง มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก จึงไม่แปลกที่อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

11. อุทยานแห่งชาติ Arches สหรัฐอเมริกา

สะพานหินโค้งที่ยาวที่สุดในโลกและเป็นบันทึกหน้าสำคัญทางธรณีวิทยา เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติถึงกว่า 2พันแห่ง ซึ่งต้องเดินฝ่าไอแดดและความร้อนขึ้นเขาลาดชันที่ปราศจากต้นไม้ ฉะนั้นแล้วสาว ๆ อาจเกิดลังเลใจ แต่หากมองถึงความงดงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นถือว่าคุ้มค่า

12. หิน Uluru (Ayer’s Rock) ประเทศออสเตรเลีย

โขนหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความสูง 348 เมตร เส้นรอบวงที่ฐานวัดได้ 9 กิโลเมตร จะเห็นความงามของหินตอนพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เมื่อเนื้อหินถูกแสงสะท้อนจะให้สีแดงสวยงามแหละนี่คือเสน่ห์ของ หิน Uluru (Ayer’s Rock)

13. เกาะกาลาปากอส ประเทศเอกวาดอร์

สถานที่แห่งนี้เหมาะมากกับคนที่ชื่นชอบหรือศึกษาสัตว์ พืชแปลก ๆ ที่นี่มีหลากหลายสายพันธุ์ เพราะเป็นเกาะที่ทำให้เกิดทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส ดาร์วิน นอกจากนี้หมู่เกาะกาลาปากอสประกอบด้วย 20 เกาะหลัก พร้อมเกาะเล็ก ๆ และโขดหินกลางทะเลอีกหลายแห่ง หากมองจากมุมสูงลงมายิ่งจะเห็นความสวยงามของที่นี้

14. อุทยานแห่งชาติ Yellowstone สหรัฐอเมริกา

อุทยานแห่งนี้มีบ่อน้ำร้อนและน้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งบรรยากาศโดยรอบล้อมไปด้วยเทือกเขาร็อคกี้ และนอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวได้อีกหลายที่ในอุทยาน

15. Pamukkale ประเทศตุรกี

ปามุกคาเล เป็นภาษาตุรกี หมายถึง ปราสาทปุยฝ้าย สมกับชื่อนี้จริง ๆ เพราะมองไกล ๆ สีขาวโดดเด่นราวกับอยู่บนฟ้า ภายในแอ่งน้ำหินปูนมีสีขาวมีธารน้ำแร่เอ่อผุดขึ้นมา ช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นเวลาที่เหมาะมากกับการมาเยือน เพราะน้ำจะขึ้นล้นแอ่ง

16. น้ำตก Iguazu ประเทศอาร์เจนตินา/บราซิล

น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และทิวทัศน์ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันอยากไปสัมผัสสักครั้ง นอกจากน้ำตกมีชื่อเสียงแล้ว ยังถูกเผยแพร่ในภาพยนตร์หลายครั้ง และทำเป็นโปสการ์ดมากที่สุด เป็นที่สุดของที่สุดจริง ๆ แบบนี้ต้องไปแล้ว

17. Verdon Gorge ประเทศฝรั่งเศส

ทะเลสาบสีมรกตตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส เป็นสถานที่เหมาะมากกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการพายเรือคายัคที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับใครที่ชื่นชอบการภายเรือท่ามกลางธรรมชาติพี่หมีขอแนะนำที่นี้เลย

18. ภูเขาไฟโคลน ประเทศอาเซอร์ไบจาน

ถือเป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เกิดปรากฏการณ์ที่แปลก เพราะเมื่อภูเขาไฟใต้ทะเลแคสเปียนในประเทศอาเซอร์ไบจานระเบิด ทำให้เกิดภูเขาไฟโคลนหรือโคลนเหลวที่เกิดขณะมีการปะทุของภูเขาไฟ โดยค่อยๆ โป่งนูนขึ้นมาและขยายใหญ่ขึ้นจากแรงดันด้านล่าง หากใครชอบดูอะไรที่แปลก ๆ ขอแนะนำที่นี้

19. Pulpit Rock ประเทศนอร์เวย์

หน้าผ้ายื่นออกไปทำให้เกิดความรู้สึกหวาดเสียวและน่าทึ่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้เห็นวิวสูงสุดด้วยความสูง 600 เมตร ฤดูกาลที่ดีที่สุดและเหมาะเดินทางเข้าชมคือ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม

20. อุทยาน Sequoia สหรัฐอเมริกา

ต้นสนซีคัวย่ายักษ์มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเมื่อเดินเข้าไปจะได้อยู่ท่ามกลางต้นสนยักษ์ นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์ต้นสนยักษ์ซีคัวย่า ที่โค่นล้มพาดขวางถนน ในปี ค.ศ. 1937 ให้กลายเป็นอุโมงค์ ถือเป็นบันทึกเหตุการณ์ได้น่าจดจำ

21. อุทยานแห่งชาติ El Yunque ปัวร์โตริโก

สัมผัสแรกเมื่อถึงราวกับว่าหลุดเข้าไปในจอภาพยนตร์แนวผจญภัย เพราะบรรยากาศมันช่างคล้ายคลึงสะเหลือเกินแถมยังเป็นการเปิดประสบการณ์เดินป่าของนักเดินทางจริง ๆ สำหรับอุทยานแห่งชาติ El Yunque เมื่อเข้าไปแล้วจะรู้สึกว่าในนั้นอุดมไปด้วยออกซิเจนและป่าเขียวชอุ่มอาจทำให้คุณปียกได้ ฉะนั้นอย่าลืมเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยนะ

22. ทะเลทรายซาฮาร่า ทวีปแอฟริกา

เราอาจะเคยเห็นพื้นหลังวอลเปเปอร์ทะเลทรายนี้กันมาบ้าง มันเป็นภาพจริงไม่ใช่เกิดจากการตกแต่ง เพราะนี้คือ ทะเลทรายซาฮาร่า เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเนินทรายสูงบ้างต่ำบ้างสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ตามทิศทางลม พื้นทรายที่ลดหลั่นทำให้ที่แห่งนี้มีเสน่ห์ สมกับได้เป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เสียจริง ๆ

23. Blyde River Canyon ประเทศแอฟริกาใต้

หุบผาแม่น้ำไบลด์มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ดูได้จากสีเขียวขจีที่ปกคลุมไปทั่วหุบเขา มีพันธุ์ไม้หลากชนิด แบบกึ่งเขตร้อน นอกจากนี้ความลาดชันของเนินเขามีความสวยงามแปลกตาเป็นที่ประทับใจหากได้มาเยือนสักครั้ง

24. ถ้ำหินอ่อน ประเทศชิลี

สิ่งแรกที่จะทำให้คุณประทับใจคือสีฟ้าของน้ำ ด้วยแสงอาทิตย์ตกกระทบผิวผนังหินอ่อนทำให้ออร่าของสีฟ้าสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ เกิดเป็นภาพสวยสะดุดตาราวกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมถ้ำหินอ่อนจึงสวยที่สุดในโลก

25. The Matterhorn ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

อยากให้ลองมาสัมผัสกับมงกุฎแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความสูงกว่า 4,478 เมตร จึงไม่แปลกที่สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ซึ่งหากได้ลองมาสัมผัสรับรองว่าต้องประทับใจในความงามจนอยากลับมาเยือนอีกครั้ง

26. น้ำตกวิคตอเรีย ประเทศแซมเบีย/ซิมบับเว

ด้วยความกว้างของน้ำตก 1,700 เมตร บวกกับมวลน้ำมหาศาลที่ตกลงสู่หน้าผาทำให้เกิดละอองของน้ำฟุ้งกระจายไปหลายสิบกิโลเมตร ยิ่งทวีความงามตระการตาผู้มาเยือนอย่างมาก

marketsavvy รวมสุดยอม สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มาไว้ให้หวังว่าคงสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากเดินทาง เพื่อไปสัมผัสกับตัวเองและไปเรียนรู้โลกกว้างที่มีความงามมากมายซ้อนอยู่ และหากเพื่อน ๆ ต้องจองตั๋วเครื่องบินควรทำประกันการเดินทางทุกครั้งควบคู่กัน โดย สามารถเข้าไปดูข้อมูลเปรียบเทียบหลาย ๆ แพ็คเกจได้ในเว็บไซต์ marketsavvy ได้เลยครับ