ที่วัดลมยาง หนึ่งในอุปกรณ์ที่เจ้าของรถควรพกไว้

ที่วัดลมยาง

การพกอะไหล่รถเอาไว้กับรถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่เจ้าของรถทุกคนจะต้องใส่ใจเพราะการพกพาอะไหล่รวมถึงอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์ติดรถเอาไว้ทำให้เจ้าของรถสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งอุปกรณ์ที่ควรพกนั้นไม่ได้มีแค่ไขควง น้ำกลั่นหรือยางรถยนต์ เท่านั้น แต่ยังมี ที่วัดลมยาง ที่ควรพกติดเอาไว้กับรถอีกด้วยทำความรู้จักกับลมยาง ไม่มีคนขับรถคนไหนที่ไม่รู้จักลมยาง แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่รู้จักส่วนประกอบของรถ ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกับลมยางกันดีกว่า ลมยาง คือ อากาศจากก๊าซที่เราใส่เข้าไปในยางรถเพื่อให้รถสามารถวิ่งไปได้ ถ้าลมยางไม่สมดุลจะเกิดอะไรขึ้น? ตามหลักของการขับรถแล้วเมื่อไหร่ที่เราขับรถไปเรื่อยๆ แล้วในยางรถไม่มีลมมากพอก็จะทำให้รถสูญเสียความสมดุล ไม่สามารถทำให้คนขับรถทรงตัวตัวให้นิ่งได้ หากค่าลมยางของยางรถไม่นิ่งก็จะทำให้ยางรถยนต์เกิดความร้อน ซึ่งเป็นความร้อนจากธรรมชาติ ทำให้มีอากาศภายในยางเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ความดันลมยางเพิ่มขึ้นตามจนทำให้ลมยางลงน้อยลงไปเรื่อยๆ สำหรับยางรถที่มีลมยางมากเกินไปนั้นก็อาจเกิดผลเสียได้เพราะหากขับรถเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรหรือขับในระยะไกลก็อาจทำให้ยางระเบิดได้ รถแต่ละแบบต้องเติมลมยางเท่าไหร่? รถยนต์แต่ละคันนั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งทำให้ค่าลมยางที่ควรเติมเข้าไปนั้นแตกต่างกันด้วย ซึ่งการจะเติมลมเข้าไปในยางเท่าไหร่นั้นทางบรัทที่ผลิตรถยนต์จะเป็นผู้กำหนดเพื่อให้เจ้าของรถได้ทราบ แต่เราจะแบ่งประเภทรถทั้งหมด 2 ประเภทที่คุณรู้จักมาให้คุณได้รู้เพื่อที่จะสามารถทราบค่าลมยาง เพื่อจะได้เติมลงยางในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องดังต่อไปนี้ รถครอบครัวหรือรถ 4 ประตู ควรเติมลมยางให้อยู่ในระดับ 28 – 30 psi รถกระบะ ควรเติมลมยางให้อยู่ในระดับ 30 – 40 psi พกที่วัดลมยางเอาไว้ ดีกว่ายังไง? ที่วัดลมยาง นั้นสามารถใช้ได้กับยางรถยนต์ที่ใช้เป็นประจำและยางสำรอง หากคุณต้องเจอกับสถานการณ์ที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์กระทันหันแต่ไม่รู้ว่าค่าลมยางของแต่ละล้อนั้นมีค่าเท่าไหร่ คุณก็ยังสามารถใช้เครื่องวัดลมยางของแต่ล้อเพื่อเติมลงได้ถูก คุณจะได้มีความพร้อมในการเช็คลมยางได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา ปกติแล้วเจ้าของรถจะต้องดูแลรถยนต์เป็นประจำซึ่งหนึ่งในการเช็คสภาพรถนั่นก็คือการวัดค่าลมยาง ซึ่งการมีเครื่องวัดลมยางติดรถเอาไว้ทำให้คุณไม่ต้องขับรถไปที่อู่เองให้ช่างตรวจค่าลมยางให้ ซึ่งการให้ช่างเช็คลมยางนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายด้วย คุณสามารถใช้เครื่องวัดลมยางได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน บางครั้งการขับรถไปตามสถานที่ต่างๆ […]

GPS ทางทะเล มีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจนอกชายฝั่ง

GPS ทางทะเล

GPS ที่เรารู้จักกันนั้นไม่ได้มีประโยชน์กับชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังประโยชน์กับธุรกิจหลายประเภทอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ระบบโลจิสติกส์ ทางบกที่จะต้องมีการขนส่งหรือขนย้ายสินค้าตลอดเวลา ซึ่งคุณอาจยังไม่ทราบว่า GPS ยังช่วยสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจที่อยู่นอกชายฝั่งได้อีกด้วยเช่นกัน ว่าแต่ประโยชน์ที่ว่านี้จะมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า มาทำความรู้จักกับ GPS ทางทะเล กันก่อน GPS หรือ Global Positioning System เป็นระบบในการหิพัดตำแหน่งของวัตถุที่อยู่บนพื้นผิวโลก ซึ่งหากนำมาใช้กับธุรกิจนกชายฝั่งนั้นจะทำให้ GPS สามารถบอกถึงตำแหน่งของวัตถุที่ลอยอยู่เหนือน้ำทะเลได้ โดยระบบ GPS นี้สามารถทำได้โดยอาศัยระบบ 3 อย่างนั่นก็คือ ระบบการรับสัญญาณของผู้ใช้งานที่อยู่บนทะเลโดยทำหน้าที่ในการรับสัญญาณให้กับผู้ใช้งานทราบตำแหน่งของวัตถุที่ต้องการทราบพิกัด ระบบควบคุมการปล่อยสัญญาณที่อยู่ตามแนวชายฝั่งและระบบดาวเทียมที่เป็นตัวเก็บข้อมูลและประมวลผลเพื่อส่งไปยังระบบควบคุมการปล่อยสัญญาณตามแนวชายฝั่ง มีจีพีเอสทางทะเลดีกับธุรกิจนอกชายฝั่งอย่างไร? ช่วยยกระดับการทำธุรกิจนอกชายฝั่งให้สูงขึ้นได้ เพราะการใช้ GPS ทางทะเล นั้นช่วยให้เราระวังการเข้าไปรุกล้ำธรรมชาติทางทะเลได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการทำให้สิ่งแวดล้อมทางทะเลไม่ถูกทำลาย โดยระบบการใช้ GPS นี้ยังเป็นหลักการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่นานาชาติต่างให้การยอมรับอีกด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกชายฝั่งสามารถวางแผนการทำงานด้านความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่จะทราบว่ามีเรือลำใดบ้างที่ลอยอยู่ใกล้บริเวณที่ตนเองกำลังล่องเรืออยู่ ซึ่งธุรกิจนอกชายฝั่งนั้นจำเป็นต้องใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกับการรักษาความปลอดภัยบนพื้นดินอยู่ไม่น้อย เจ้าหน้าที่ราชการสามารถลดปัญหาการล้ำเส้นดินแดนทางน้ำและการทำผิดกฎหมาย อย่างที่เราทราบกันดีกว่ารุกล้ำดินแดนไม่ได้มีเพียงบนบกหรือภาคพื้นดินเท่านั้นแต่ยังมีการรุกล้ำทางน้ำอีกด้วย ซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นได้ง่ายหากไม่มีระบบการแบ่งเขตการปกครองที่ดี โดยระบบ GPS ทางทะเล นั้นจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ราชการที่ดูแลผืนน้ำของประเทศตนเองสามารถควบคุมการเดินเรือเพื่อไม่ให้เกิดการรุกล้ำอาณาเขตได้ นักธุรกิจหรือนักเดินเรือที่ต้องใช้เรือในการทำธุรกิจนอกชายฝั่งนั้นสามารถวิเคราะห์พิกัดของเรือลำอื่น ๆ ที่อาจเข้ามากีดขวางเส้นทางการเดินเรือของตนเองได้ ทำให้สามารถหลบหลีกเส้นทางที่เป็นอันตรายได้ทัน อีกทั้งยังสามารถส่งสัญญาณหรือรับสัญญาณการเตือนภัยจากระบบเรดาห์บนท้องทะเลได้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือความสูญเสียเกิดขึ้น […]

จุดบอด 5 ตำแหน่งที่คนขับรถต้องระวัง

จุดบอด หรือจุดอับสายตา

การขับรถด้วยความระมัดระวังนั้นเป็นหน้าที่ของคนขับรถทุกคนที่ควรพึงระมักระวังเพื่อไม่ให้เกิดอบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็มีบางครั้งที่อุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความระมาทแต่มาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนที่ขับรถ ซึ่งความไม่รู้นี้มาจากหลายสาเหตุ อย่างการขับรถไปอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดบอด นั่นเอง เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าจุดอับสายตาที่ว่านั้นมีตำแหน่งไหนบ้าง? จุดอับสายตาคืออะไร? จุดบอด หรือจุดอับสายตาที่คนขับรถไม่สามารถมีวิสัยทัศน์ในการขับรถได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจุดอับสายตานี้เป็นจุดที่คนขับรถบนท้องถนนควรระวังและหลีกเลี่ยงการขับรถเข้าไปใกล้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยจุดอับสายตาทั้ง 5 จุดที่ว่าดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จุดอับสายตาจากสภาพท้องถนน ในการขับรถไปยังที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือการขับรถไปต่างถิ่นนั้นทำให้คุณจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะการขับรถไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนั้นทำให้คุณต้องใช้ทักษะในการขับรถบนสภาพถนนที่อาจขรุขระ รวมถึงสภาพเส้นทางที่เป็นทางโค้งหรือทางลาดชันอีกด้วย โดยสภาพท้องถนนที่ไม่เรียบและเป็นทางโค้ง ทางลาดชันเหล่านี้เป็นจุดอับสายตาของถนนที่ผู้ขับรถควรเปิดไฟสูงเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้กับคนที่ขับรถสวนมาทาบว่ามีรถของคุณกำลังขับไปอยู่และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขับรถตามกฎจราจร เช่น ไม่ควรแซงรถคันข้างหน้าขณะขับรถผ่านทางโค้งและควรขับรถด้วยความเร็วตามป้ายจราจรบอกเอาไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากกสภาพถนนที่ขับยากนั่นเอง จุดอับสายตาสายตาจากรถ ไม่เพียงแค่สภาพท้องถนนจะเป็นจุดอับสายตาในการขับรถเท่านั้น แต่รถคันอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมทางกับคุณนั้นก็สามารถเป็นจุดอับสายตาในการขับรถด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่มีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะป็นรถบรรทุก รถสิบล้อ รถบรรทุกแก๊ส รถบรรทุกปูน ล้วนแต่เป็นรถขนาดใหญ่ที่มีจุดอับสายตาด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งตำแหน่งที่เกป็นจุดอับสายตาของรถเหล่านี้มีหลายตำแหน่งเลยทีเดียว หากคุณต้องขับรถผ่านรถที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ควรพยายามขับให้มีระยะห่างจากรถเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเมื่อไหร่ที่คุณต้องการแซงรถขนาดใหญ่เหล่านี้ให้แซงขวาในจังหวะที่เหมาะสมและควรสังเกตรถคันข้างหน้าของรถขนาดใหญ่เหล่านี้ด้วยว่าเป็นรถขนาดใหญ่เหมือนกันหรือเปล่า เพราะหากเป็นรถขนาดใหญ่จะทำให้คุณแซงยากและอาจทำให้แทรกรถเข้าเลนซ้ายไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุได้ จุดอับสายตาจากกระจกข้าง กระจกมองข้างนั้นสามารถเป็นจุดอับสายตาในการขับรถได้เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีรถขนาบข้างมาใกล้ ๆ รถของคุณแต่คุณมองไม่เห็นแล้วเผลอขับรถเข้าไปใกล้ก็อาจจะทำให้ชนกับรถข้าง ๆ ก็ได้ ฉะนั้นกระจกข้างจึงมีความสำคัญต่อการขับรถไม่น้อยเลยทีเดียว คนขับรถจะต้องปรับกระจกให้สามารถมองเห็นรถคันอื่น ๆ ที่กำลังตามมาด้านข้าง รวมถึงให้สามารถมองเห็นถนนเล็กน้อยและมองเห็นตัวถังรถของตัวเองประมาณ 20% ด้วยการเหลือบตามองเท่านั้น โดยไม่ต้องหันไปมองกระจก เพราะการหันไปมองกระจกข้างนั้นอาจทำให้เกิดจุดบอดและทำให้รถเสียหลักจากการมองกระจกได้ จุดอับสายตาจากกระจกมองหลัง คนขับรถบางคนอาจคิดว่าการขับรถส่วนมากจะใช้เพียงแค่กระจกข้างเท่านั้น แต่ความจริงนั้นกระจกมองหลังเองก็มีส่วนสำคัญในการขับรถเป็นอย่างมาก เพราะหากคุณต้องการแซงรถคันข้างหน้านั้นก็จะต้องใช้กระจกมองหลังในการมองรถที่อยู่ข้างหลังเพื่อให้กะระยะในการแซงได้ถูกต้อง […]

อัตราภาษีรถยนต์เรื่องใกล้ตัวที่เจ้าของรถควรรู้

อัตราภาษีรถยนต์

การจ่ายภาษีรถยนต์ เป็นหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคนที่จะต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีในการจ่ายภาษีรถยนต์ให้ตรงต่อเวลา แม้ว่าการจ่ายภาษีรถยนต์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดูเหมือนไม่ได้มีความยุ่งยากอะไร แต่สำหรับเจ้าของรถบางคนหรือคนที่จะต้องจ่ายภาษีรถยนต์ในครั้งแรกนั้นมักจะมีความเข้าใจผิดและมีสิ่งที่เกี่ยวกับการจ่ายภาษีรถยนต์ที่อาจยังไม่รู้มาก่อน เช่น อัตราภาษีรถยนต์ เป็นเรื่องที่เจ้าของรถมักจะไม่ทราบ วันนี้เราเลยนำข้อมูลดี ๆ ในการจ่ายภาษีรถยนต์มาให้คุณได้รู้กัน รถของคุณต้องจ่ายภาษีรถยนต์แบบไหน? จ่ายภาษีตามน้ำหนักรถยนต์ มีตัวอย่างการจ่ายภาษีดังนี้ รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักเกิน 500 กิโลกรัม จะต้องเสียภาษี 150 บาทต่อคัน รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 501-705 กิโลกรัม จะต้องเสียภาษี 300 บาทต่อคัน รถยนต์รับจ้างที่มีน้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม จะต้องเสียภาษี 1,850 บาทต่อคัน จ่ายภาษีตามประเภทรถ มีตัวอย่างการจ่ายภาษีดังนี้ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จะต้องเสียภาษี 100 บาทต่อคัน รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จะต้องเสียภาษี 50 บาทต่อคัน จ่ายภาษีตามความจุกระบอกสูบหรือซีซี มีตัวอย่างการจ่ายภาษีดังนี้ รถยนต์ส่วนบุคคลบรรทุกคนไม่เกิน 7 คน 600 เสียภาษีซีซีแรก ซีซีละ 0.50 บาท รถยนต์ส่วนบุคคลบรรทุกคนไม่เกิน 7 คน 601-1,800 ซีซี […]

เว็บไซต์ หมายถึงอะไร? มาทำความรู้จักเว็บไซต์กันดีกว่า

บนโลกออนไลน์นั้นมีข้อมูลและข่าวสารมากมายที่ถูกเผยแพร่ให้กับนักท่องอินเตอร์เน็ตได้เข้าไปหาข้อมูล ซึ่งเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือบุคคลธรรมดาก็สามารถใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ในการเผยแพร่ข้อมูลของตนเองออกสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจอยากใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้คนบนโลกออนไลน์อยู่แล้วล่ะก็เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าว่า เว็บไซต์ หมายถึง อะไร?   เว็บไซต์ หมายถึงอะไร? เว็บไซต์หรือที่ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า Website หมายถึง หน้าเว็บเพจที่ถูกจัดทำขึ้น เพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตให้สู่โลกออนไลน์ โดยเว็บไซต์นั้นจะมีหน้าเว็บเพจหลาย ๆ หน้าที่เชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่เราเรียกว่าไฮเปอร์ลิ้งค์ ในการทำให้สามารถเปิดไปยังหน้าเพจต่าง ๆ ได้ โดยเว็บไซต์นั้นมีทั้งเว็บไซต์ที่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ก็มีบางเว็บไซต์ที่จะต้องชำระเงินค่าบริการก่อนถึงจะเข้าดูได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการในการนำเสนอข้อมูลและวัตถุประสงค์ของเจ้าของเว็บไซต์   องค์ประกอบต่างๆ ของ เว็บไซต์ หมายถึง อะไรและมีกี่ประเภท?   Home Page หมายถึง หน้าแรกของเว็บไซต์ที่เราจะเห็นเมื่อเข้าไปในเว็บไซต์นั้นๆ โดยหน้าแรกของเว็บไซต์จะมีเมนูและเรื่องราวต่างๆ เพื่อเป็นหน้าแรกของการนำเสนอข้อมูลแบบคร่าวๆ ไม่ได้มีรายละเอียดของเว็บไซต์เยอะ โดยเจ้าของเว็บไซต์อาจใช้รูปภาพหรือข้อความสั้นๆ เพื่อสื่อสารกับผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์เท่านั้น เราอาจบอกได้ว่าโฮมเพจเป็นหน้ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหน้าแรกถูกออกแบบให้สวยงามก็จะทำให้ที่เข้าชมเว็บไซต์อยากกดดูต่อหน้าอื่น ๆ ได้ Web Page คุณอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำ ๆ นี้มากเท่าไหร่นักแต่มันคือหน้าเอกสารของเว็บไซต์ที่อยู่ในรูปแบบของ HTML ซึ่งเว็บเพจนี้จะเชื่อมโยงกันเป็นหน้าๆ […]

จ้างทำเว็บไซต์ หรือทำเองดีกว่า?

สำหรับคนที่ทำธุรกิจคุณคิดว่าทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดบนโลกอนไลน์ของคุณคืออะไร? บางคนอาจจะตอบว่าก็ยอดคนติดตาม ยอดไลค์ บน Social media ยังไงล่ะ ไม่ผิดที่คุณจะคิดแบบนั้น แต่ทรัพย์สินที่มีค่าอย่างแท้จริงนั้นคือเว็บไซต์ของคุณต่างหาก ซึ่งการจะมีเว็บไซต์ได้นั้นก็ต้องร้างขึ้นมาและรูปแบบการสร้างนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน แล้วคุณล่ะ อยาก จ้างทำเว็บไซต์ หรือทำเองมากกว่ากัน? วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ มาช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าแต่แต่ละวิธีนั้นจะมีข้อดีข้อเสียและข้อแตกต่างกันยังไงบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า   ทำเว็บไซต์เองด้วยพนักงาน In-house วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณไม่ต้องจ้างให้คนข้างนอกมาทำเว็บไซต์ให้กับคุณ แต่เป็นการใช้ให้พนักงานภายในองค์กรสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา การจะทำเว็บไซต์ด้วยแบบนี้เหมาะกับบริษัทที่ต้องมีการพัฒนาเว็บไซต์อยู่ตลอดเวลา เพราะบนเว็บไซต์มีการปรับเปลี่ยนหรืออัพเดทข่าวสารบ่อย ๆ ซึ่งอาจจะเป็น ข้อเสียสำหรับบางองค์กรที่ใช้พนักงานภายใน เพราะพนักงานอาจไม่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการทำเว็บไซต์จริง ๆ การออกแบบจึงจะต้องเรียนรู้กันไปเองและทำกันไปโดยที่ไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าเมื่อไหร่ที่เว็บไซต์จะเสร็จ การออกแบบเว็บไซต์จึงจะต้องใช้เวลานาน ข้อดีสำหรับบางองค์กรที่ใช้พนักงานภายใน การให้พนักงานภายในบริษัททำเว็บไซต์นั้นจะมีข้อดีตรงที่ว่าพนักงานภายในองค์กรจะทราบดีว่าความต้องการของบริษัทคืออะไรและมีความเข้าใจบริษัทมากที่สุด ค่าใช้จ่าย หากพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วคุณอาจมองเห็นค่าใช้จ่ายในการ จ้างทำเว็บไซต์ อยู่ที่ 0 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาทเท่านั้น เพราะคุณจะจ่ายเพียงแค่ค่าจ้างให้กับพนักานภายในบริษัทในรูปแบบของเงินเดือนเท่านั้น นอกนั้นก็จะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากเงินเดือนของพนักงาน เช่น การออกแบบ หรือค่าบริการส่วนเสริม ค่าโดเมนเนม ค่าโฮสติ้งเท่านั้น แต่คุณอย่าลืมว่าสิ่งที่คุณต้องแลกนั่นก็คือเรื่องของเวลาในการทำงานของพนักงานยิ่งพนักงานใช้เวลาในการทำเว็บไซต์นานเท่าไหร่ก็จะทำให้คุณเสียโอกาสที่จะได้งานอย่างอื่นที่มีความจำเป็นต่อองค์กรด้วยเช่นกัน   จ้างทำเว็บไซต์ ด้วยฝีมือฟรีแลนซ์ การจ้างฟรีแลนซ์นั้นก็อีกหนึ่งตัวเลือกของการทำเว็บไซต์และการตามหาฟรีแลนซ์ให้มาเป็นคนทำ  เว็บไซต์ให้กับคุณนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพราะสมัยนี้เรามีเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งชุมชนของคนรับงานไม่ […]

มือใหม่ต้องดู 10 เว็บตัวอย่าง ที่สร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบเว็บไซต์

คงจะปวดหัวกันไม่น้อยสำหรับนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ ที่หลังจากผ่านขั้นตอนคัดเลือกสินค้าและข้อมูลที่จะขายของออนไลน์ ขั้นตอนที่ยากอีกขั้นตอนนึงก็คือการออกแบบเว็บไซต์ จะทำอย่างไรดี ในหัวไม่มีไอเดีย แถมตอนเรียนวิชาศิลปะก็ไม่เก่งอีกด้วย อยากได้เว็บไซต์ขายของสวย ๆ จะไปจ้างเค้าทำต้นทุนก็ไม่มี แต่ช้าก่อน!ในโลกออนไลน์ทางเว็บที่สมัครใช้งานเค้ามีธีมที่สวย ๆ ไว้ให้บริการมากกว่า 1,000 แบบ เพียงแค่เลือกใช้ให้เหมาะสมหรือจะลองสละเงินเพียงเล็กน้อย เพื่อซื้อธีมที่มีนักออกแบบก็ยังได้ แต่ถ้าใครคิดไม่ออกลองมาดู ตัวอย่างเว็บไซต์ และการออกแบบสวย ๆ ที่คัดสรรมาฝากไปให้คิดต่อยอดให้เว็บของตนเองได้ใช้งานตามนี้เลย   Creative Market เป็นเว็บที่ให้บริการด้านการออกแบบไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เทมเพลท รูปภาพหรือป้ายโฆษณาออนไลน์ ที่มีมากมายหลายแบบ ใครสนใจแนวไหนลองเข้าไปดูและเลือกชมจะนำกลับมาออกแบบเองหรือหากถูกใจจะลงทุนซื้อเลยก็ได้เพื่อความสบายใจในการทำเว็บไซต์ของตนเอง   UXthemes.com Showcase ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมธีมที่มีการใช้งานและสร้างเว็บไซต์บน WordPress ซึ่งแต่ละผลงานที่ออกแบบจะมาจากผู้ใช้งานจริง ที่มีคนออกแบบแล้วนำมาโชว์กันบนเว็บแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นการใช้งานที่เรียบง่ายไม่หวือหวาเท่าไรนัก หากใครต้องการความเรียบง่ายและใช้งานง่ายลองเข้าไปติดตามดูกันได้เลย   SiteInspire SiteInspire เป็นแหล่งรวบรวมนักออกแบบเว็บหลากลายรูปแบบ ทั้งแบบมินิมอลและเริ่ดหรูอลังการ ซึ่งมีมากกว่า 6,000 ตัวอย่างเว็บไซต์ ให้ได้เลือกสรรว่าอยากได้และต้องการรูปแบบไหน อีกทั้งความสามารถในการเลือกฟิลเตอร์ Platform ที่จะใช้งานด้วย เช่น Squarespace ReadyMag, Cargo Collective […]

อาชีพเสริม เพิ่มรายได้จริง กับ ขายของออนไลน์

คงจะมีใครหลายคนไม่น้อยที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ด้วยเงินทุนที่จำกัดจึงทำให้ไม่สามารถที่หาหน้าร้านที่มีทำเลที่ตั้งดี ๆ ได้ ต่อให้หาทำเลที่ดีได้ก็ใช่ว่าราคาค่าเช่าก็จะถูก มนุษย์เงินเดือนที่จะขวนขวายหาธุรกิจที่มั่นคงให้ตัวเองจึงต้องพับโครงการไปตามระเบียบ แต่ด้วยปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีมากมายให้เลือกใช้งานได้อย่างเต็มที่ด้วยแล้ว จึงไม่เป็นอุปสรรคกับมนุษย์เงินเดือนที่สนใจในการทำธุรกิจเป็นของตนเอง ทำให้การ ขายของออนไลน์ เป็นเรื่องง่าย ๆ  เพียงแค่ทำตามขั้นตอนที่แนะนำต่อไปนี้ ก็สามารถให้มนุษย์เงินเดือนเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไม่ยากเย็น เผลอ ๆ รายได้ที่เข้ามาจะดีกว่างานประจำที่ทำด้วยซ้ำไป จะเริ่มต้นอย่างไรดี ? สิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่จะผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องศึกษา 4P มาก่อนซึ่งสามารถค้นหาได้ในโลกอินเทอร์เน็ตใบนี้ที่จะแนะนำง่าย ๆ คือ P Product คือสินค้าที่คุณจะขาย จะขายอะไรให้ไปศึกษาความต้องการของลูกค้า อย่าทำตามกระแส เพราะบางทีเทรนก็มักจะมาเร็วและไปเร็วเหมือนกัน P Price ราคา หลายคนบอกคือคีย์ที่จะประสบผลสำเร็จ ของต้องราคาถูก คนชอบของถูก แต่ของถูกบางทีก็ขายไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่มีคุณภาพและด้วยโลกของการแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ด้วยแล้วหากร้านของคุณขายของไม่ดี ไม่มีคุณภาพ ด้วยพลังของโซเชียลในปัจจุบันจะทำให้คุณเสียหายจนถึงขั้นปิดกิจการไปเลยก็มี P Promotion คือกลยุทธ์ที่จะทำให้คุณสามารถที่จะขายสินค้าออกได้ ด้วยการทำโปรโมชันสำหรับตัวสินค้าหรือสำหรับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ เช่น หากท่านสั่งสินค้าชิ้นแรกจะมีค่าจัดส่ง 80 บาท แต่ถ้าหากสั่ง 3 ชิ้นขึ้นไปส่งฟรี! หรือ […]