เที่ยวเกียวโตชม 7 วัดมรดกโลก

เมืองเกียวโต เป็นศูนย์กลางของเกาะฮอนชู มีประชากรอาศัยอยู่มากมาย สถานที่ท่องเที่ยวเกียวโตก็มีหลายแห่ง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงเรื่องวัดและศาลเจ้า เนื่องจากเกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและการปกครองมากกว่า 1,000 ปีมาแล้ว สถานที่สำคัญทางศาสนาในเกียวโตมีถึง 2,000 แห่ง แบ่งเป็นวัดแบบศาสนาพุทธ 1,600 แห่ง และวัดแบบลัทธิชินโตอีก 400 แห่ง ภายในวัดและศาลเจ้าเหล่านั้นอาจมีสิ่งก่อสร้างที่คงความดั้งเดิมไว้อยู่ บางแห่งอาจอยู่ติดกับปราสาท พระราชวัง หรือพิพิธภัณฑ์ ดังนั้นเที่ยวเกียวโตทั้งวัดและสถานที่ใกล้เคียงได้ไม่เบื่อและคุ้มสุดๆ

สมบัติของชาติและสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นประมาณ 34% อยู่ในเกียวโต และในปี 1994 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกได้ให้การรับรองกลุ่มมรดกโลกในเกียวโตในนามของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ ซึ่งมีอยู่โตเกียวทั้งหมด 17 แห่ง บทความนี้ขอพามารู้จัก 7 วัดจาก 17 มรดกโลกในเกียวโต

 

วัดคิโยะมิซุ

วัดชื่อดังอีกแห่งหนึ่งในเกียวโต ตั้งอยู่บนเขาโอโตวะทางทิศตะวันออกของเกียวโต อาคารหลักของวัดคิโยะมิซุมีระเบียงไม้สูงถึง 13 เมตร และเสาไม้กว่าร้อยต้นยื่นออกจากเนินเขาสามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้ อาคารแห่งนี้จึงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมบัติประจำชาติของญี่ปุ่น

วัดคิโยะมิซุ มีอีกชื่อหนึ่งว่าวัดน้ำใส ซึ่งมาจากชื่อของวัดที่มีความหมายว่าน้ำบริสุทธิ์ มีตำนานเล่าว่าพระภิกษุชื่อเค็นชิงฝันว่าชายชราบอกให้เดินทางออกจากเมืองไปทางเหนือ เพื่อค้นหาน้ำตกที่ใสสะอาด พระเค็นชิงจึงออกเดินทางไปจนถึงเขาโอโตวะ และได้พบน้ำตกที่ใสสะอาดจริงๆ พร้อมกับภิกษุชื่อเกียวเอโกจิ ซึ่งพระเกียวเอโกจิบอกว่าเขาโอโตวะและน้ำตกใสสะอาดแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิม และบอกให้พระเค็นชิงแกะสลักต้นไม้ให้เป็นรูปเจ้าแม่กวนอิมพันมือ จากนั้นก็หายตัวไป ทำให้พระเค็นชิงเข้าใจว่าเจ้าแม่กวนอิมแปลงกายมา จึงทำตามคำขอโดยการแกะสลักต้นไม้และพำนักอยู่บนเขาโอโตวะต่อ

สองปีถัดมา ซามูไรซากาโนะอุเอะ โนะ ทามุระมาโระเดินทางมาล่าสัตว์บนเขาโอโตวะ พระเค็นชิงขอร้องให้หยุดการล่าเพราะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิมและเทศนาให้ฟัง ซามูไรประทับใจจึงในคำสอนจึงสร้างวัดและตั้งชื่อว่าคิโยะมิซึเดระ ซึ่งมีความหมายว่าวัดที่มีน้ำใสบริสุทธิ์

สมัยก่อนมีความเชื่อว่าหากกระโดดจากระเบียงของอาคารหลักวัดคิโยะมิซุแล้วรอดชีวิต คำขอจะเป็นจริง แต่ปัจจุบันได้ห้ามมิให้มีการกระโดดแล้ว แต่ยังมีความเชื่อว่าหากดื่มน้ำจากถ้วยโลหะที่ตักมาจากน้ำตกโอตาวะใต้อาคารหลักแล้วจะรักษาโรคได้ และสายน้ำตกสามสายที่ไหลลงสู่บ่อน้ำยังมีความหมายถึงสุขภาพ ความรัก และความสำเร็จทางการศึกษา

นอกจากนี้ศาลเจ้าจิชูในวัดคิโยะมิซึที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพโอกุนินุชิโนะ มิโกโตะ เป็นเทพแห่งความรักและเนื้อคู่ ภายในมีก้อนหินแห่งความรักสองก้อนตั้งห่างกัน 18 เมตร หากปิดตาเดินจากก้อนหนึ่งไปอีกก้อนหนึ่งได้ จะสมปรารถนาในความรัก ในบริเวณวัดยังมีพ่อค้านำเครื่องราง กระดาษเสี่ยงทายมาขายด้วย มาเที่ยวเกียวโตทั้งที ห้ามพลาดเลยนะ

 

วัดคิงกากุ

วัดคิงกากุ มีความหมายว่าวัดศาลาทอง หรืออีกชื่ออย่างเป็นทางการว่า โรกูอนจิ มีความหมายว่า วัดสวนกวาง จุดเด่นของวัดคือศาลาสีทองตามชื่อวัด ศาลานี้เป็นที่พักของโชกุนอาชิกางะ โยชิมิตสุ ต่อมาบุตรชายเปลี่ยนให้เป็นวัดนิกายเซน ถูกเผาทำลายหลายครั้ง และเป็นแรงบันดาลใจให้หลานชายสร้างวัดอีกแห่งที่ชื่อว่า วัดกิงกากุ ซึ่งมีความหมายว่า วัดศาลาเงิน

เมื่อมาเที่ยวเกียวโตก็พลาดไม่ได้ที่จะมาชมวัดคิงกากุ ซึ่งวัดและศาลาทองด้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกแล้ว ที่ได้ชื่อว่าศาลาทองเนื่องจากศาลาทั้งหลังยกเว้นชั้นใต้ดิน ปิดด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์ ศาลาทองเคยถูกเผาแต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว บนยอดหลังคามีรูปหล่อทองคำรูปนกโฮโอ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปและยังมีวัตถุโบราณต่างๆ ที่น่าสนใจ

 

วัดเท็นรีว

วัดเท็นริว หรือวัดมังกรสวรรค์เป็นวัดนิกายเซนในเมืองเกียวโต มีอายุมากถึง 600 กว่าปีมาแล้ว สร้างโดยโชกุนอาชิกางะ ทากาอูจิ โชกุนคนแรกของตระกูลอาชิกางะ ซึ่งวัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ

มีประวัติมายาวนานเริ่มตั้งแต่ยุคเฮอัง จักรพรรดินีคาจิโกะ สถาปนาวัดดันริงขึ้นมาในบริเวณเดียวกันกับวันเท็นริวในปัจจุบัน เมื่อผ่านไปอีกสี่ร้อยปีวัดก็ทรุดโทรมเกินกว่าจะบูรณะ จากนั้นกษัตริย์และโอรสในยุคต่อมาได้เปลี่ยนพื้นที่นั้นให้กลายเป็นเขตพระราชฐานและตำหนักของพระราชวังคาเมยามะ ต่อมาในยุคมูโรมาจิ โชกุนอาชิกางะ ทากาอูจิต้องการให้วัดเท็นรีวเป็นอนุสรณ์สถานให้จักรพรรดิโกไดโงะ โดยให้พระภิกษุมูโซ โซเซกิจากนิกายเซนดำเนินการก่อสร้างวัด

แต่แรกวัดจะถูกตั้งชื่อตามนามรัชสมัยของจักรพพรดิในขณะนั้น แต่ทาดาโยชิ น้องชายของโชกุนทาคาอูจิฝันถึงมังกรทองที่บินผ่านแม่น้ำโออิที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัด จึงกลายเป็นชื่อวัดมังกรสวรรค์ หรือวัดเท็นรีว

นอกจากวัดเท็นรีวได้ขึ้นทะเบียนเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังเป็นแหล่งชมวิวทิวทัศน์อันงดงาม มีภาพมังกรอยู่บนหอประชุมของวัดที่คล้ายกับจ้องมองเราตลอดเวลา มาเที่ยวเกียวโตทั้งทีก็แวะชมความงดงามวัดแห่งนี้กันได้นะ

 

วัดไซโฮ

มาเที่ยวเกียวโต อาจจะไม่คุ้นกับวัดไซโฮ แต่เป็นวัดที่สวนมอสมีชื่อเสียงโด่งดังจนได้รับฉายาว่า วัดมอส สร้างขึ้นในยุคนาระ เพื่อบูชาพระอมิตาภพุทธะ วัดแห่งนี้เคยถูกเพลิงไหม้ช่วงสงครามโอนินและได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในยุคเอโดะ ปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว จากนั้นก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

การเข้าเยี่ยมชมไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือชาวญี่ปุ่นเองก็ตาม จำเป็นต้องได้รับจดหมายอนุญาตจากทางวัดก่อน ซึ่งต้องขออนุญาตไว้ล่วงหน้าแล้วและบริจาคเงินเข้าวัด 3,000 เยน

 

วัดเบียวโด

วัดเบียวโด ตั้งอยู่ในเมืองอูจิ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเฮอัง มีอายุถึง 400 กว่าปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกและเป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน มาเที่ยวเกียวโตทั้งทีต้องมาวัดแห่งนี้ให้ได้เลยนะ

อาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในวัดคือศาลาอมิตาภพุทธะ หรือศาลาหงส์ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปอมิตาภะ สร้างขึ้นหลังจากสร้างวัดประมาณ 50 ปี แต่เดิมวัดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักในชนบทของฟูจิวาระ มิจินางะ ต่อมาบุตรชาย ฟูจิวาระ โยริมิจิ ปรับเปลี่ยนให้เป็นวัดพุทธ ซึ่งศาลาหงส์ก็เป็นอาคารหลังเดียวที่เหลือจากการสร้างครั้งแรก เพราะล้อมรอบไปด้วยสระน้ำ ส่วนอาคารอื่นนอกจากนั้นไหม้ในระหว่างสงครามกลางเมือง อาคารหลักนี้ประกอบไปด้วยโถงกลาง ปีกระเบียงด้านข้างทั้งสองและระเบียงด้านหลังศาลา ที่หลังคามีรูปปั้นหงส์

 

วัดเรียวอัง

วัดเรียวอัง วัดพุทธนิกายเซนที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกียวโต แสดงการจัดลานสวนหินที่มีชื่อเสียงของลัทธิเซนที่เรียกว่า คาเรซันซุย หินเล็กใหญ่ถูกตั้งไว้โดยแผงปริศนาธรรมของเซนเอาไว้ มีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาเยี่ยมชมหรือมาเที่ยวเกียวโตเพราะวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ตัววัดและสวนยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกอีกด้วย

ตระกูลฟูจิวาระ เดิมเป็นเจ้าของที่ดินของวัดแห่งนี้ ฟูจิวาระ ซาเนโยชิ มหาเสนาบดีได้สร้างวิหารหลังแรกและบ่อน้ำขนาดใหญ่ภายในวัด ประมาณสามร้อยปีต่อมา โฮโซกาวะ คัตสึโฒโตะและขุนพลก็ขอซื้อที่ดินเพื่อสร้างที่พักและก่อตั้งวัดขึ้นมาชื่อว่าวัดเรียวอัง ในเวลาต่อมาได้เกิดสงครามโอนิน ซึ่งวัดได้รับผลกระทบและโฮโซกาวะ คัตสึโมโตะสิ้นชีวิต ทำให้กลายเป็นวัดร้าง หลายปีต่อมาบุตรชายของโฮโซกาวะ คัตสึโมโตะมีนามว่าโฮโวกาวะ มัตสึโมโตะได้บูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

วัดนิชิฮงงัน

วัดนิชิฮงงันหรือวัดฮงงันตะวันตก มาเที่ยวเกียวโตก็แวะง่าย เพราะห่างจากสถานีรถไฟเกียวโตเล็กน้อย เดินแค่ 15 นาทีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็ถึงวัดนิชิฮงงัน ในวัดประกอบด้วย ประตูฮิกุระชิมงหมายถึงประตูพระอาทิตย์ สถาปัตยกรรมและงานศิลปะต่างๆ ภายในวัด นอกจากนี้ยังมีของสะสมอีกมากมาย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกและเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์โตเกียวโบราณแล้ว

อีกชื่อเรียกของวัดคือวัดฮงงันตะวันตก เนื่องจากวัดแห่งนี้เป็นวัดพุทธของสำนักโจโดชินชูอีกแห่งหนึ่ง โชกุนโทกุงาวะ อิเอยาสุได้แยกวัดฮงงันออกเป็นสองวัดคือวัดฮงงันตะวันตกและฮงงันตะวันออกหรือฮิงาชิฮงงัน เพื่อลดทอนอิทธิพลของสำนักโจโดชินชูนั่นเอง สามารถติดตามบทความเพิ่มเติมได้ ที่นี่..

 

ปอย

ปอย

More To Explore