เมื่อรถเป็นรอยถลอก แต่ไม่อยากเคลม

ไม่ว่าจะมือเก่า มือเก๋าหรือโดยเฉพาะมือใหม่ที่มักจะมีโอกาสในการขับรถที่พลาดด้วยการเฉี่ยวชนแล้วเกิดสีถลอก ซึ่งอาจเป็นรอยถลอกที่ไม่ใหญ่มากนักและไม่อยากจะเสียเวลาที่จะส่งรถไปเคลมที่ศูนย์ซ่อมสีรถ เพราะการส่งรถเข้าซ่อมสีมักใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ แม้ว่าจะบริษัทประกันจะมีค่าชดเชยหรือรถใช้ระหว่างรอซ่อมก็ใช่ว่าจะได้รับความสะดวกมากกว่ารถของท่านเอง สู้เอาเวลาและความสะดวกสบายที่เสียไปมาใช้ซ่อมสีเองเพียงแค่ใช้เวลาไม่เกิน 1 วันก็สามารถนำรถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ เพราะหากนำรถเข้าซ่อมสีที่อู่หรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีแล้ว ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บเบี้ยประกันภัยรถยนต์รายปี เมื่อทำการต่อประกันใหม่และประวัติการขับรถที่ไม่เคยเคลมก็จะเสียไปด้วย

การ ซ่อมสีรถยนต์ อาจดูเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากสนใจที่จะเรียนรู้ก็สามารถทำให้เป็นเรื่องง่ายได้ เพราะการซ่อมสีรถไม่ได้ยุ่งยากสักเท่าไร หากแต่เป็นงานศิลปะและใช้ฝีมือล้วน ๆ รวมถึงประสบการณ์ในการพ่นสีในการแก้ไขปัญหานี้ ถ้าให้ดีก็สามารถที่จะฝึกฝนเมื่อพร้อมแล้วลองมาติดตามวิธีการซ่อมสีรถที่ว่ายากให้เป็นเรื่องง่าย ๆ กันเลย

พิจารณารอยและขนาดของสีถลอกบนตัวรถ

เมื่อเกิดปัญหารถเป็นรอยถลอกโดยที่ตัวถังไม่บุบ ให้พิจารณารอยว่าลึกมากน้อยแค่ไหนเพราะหากเป็นรอยไม่มากไม่ถึงชั้นผิวสีรองพื้น เป็นแค่รอยขีดข่วนธรรมดาแค่ชั้นสีเคลือบเงาก็สามารถใช้วิธีการขัดเคลือบสีด้วย WAX เคลือบสีโดยเฉพาะก็สามารถลบรอยเพียงเล็กน้อยนั้นได้ ด้วยการล้างรถให้สะอาดและเช็ดให้แห้งปราศจากฝุ่นผง นำฟองน้ำสำหรับขัดเคลือบสีรถโดยเฉพาะป้าย WAX แล้วลงมือขัด ซึ่งวิธีการขัดนั้น ให้ขัดวน ๆ เป็นรูปก้นหอย เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอของ WAX ที่ขัดลงไป หากท่านใดพอจะมีเงินทุนก็สามารถซื้อเครื่องขัดสีรถแบบ DA มาเก็บไว้ใช้งานก็ได้ ขอเพียงแต่การขัดเคลือบสีรถที่เป็นรอย ห้ามจากนั้นเพียงแค่ช่วงที่ขัดเคลือบสีรถให้ทำการขัดวนเป็นก้นหอย ห้ามขัดแบบปัดซ้ายขวาไปมาเพราะอาจทำให้รถเป็นรอยและไม่สวยงาม ถ้าเป็นรอยลึกจนถึงชั้นผิวรองพื้นก็ให้เตรียมอุปกรณ์ที่จะแนะนำและวิธีการดังต่อไปนี้

อุปกรณ์สำหรับซ่อมสีรถอย่างง่ายด้วยตนเอง

  1. สีตัวอย่าง คือสีที่เป็นต้นแบบจากโรงงานผลิตรถยนต์ที่จะใส่กระปุกสีขนาดเล็กใส่มาให้ในรถด้วย เพื่อใช้ในการซ่อมสีโดยให้ศูนย์ซ่อมสีรถผสมสีให้ได้ตามแบบและหากรอยไม่ใหญ่มากนักก็สามารถนำสีตัวอย่างมาซ่อมสีเองได้ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถดูได้จากคู่มือรถหรือแผ่นเพลทอะลูมิเนียมที่ติดบนตัวถังรถจะบอกรายละเอียดของรุ่นรถ
  2. สีสำหรับโป้วและสีรองพื้น ใช้ในการเตรียมผิวที่เป็นรอย
  3. อุปกรณ์ปาดสีโป้วให้เรียบ
  4. กาพ่นสีหรือชุดสเปรย์ซ่อมสี
  5. กระดาษทรายเบอร์ละเอียด สำหรับขัดปรับสภาพผิวให้เรียบ
  6. ถังน้ำ
  7. ฟองน้ำ
  8. เทปกาวพร้อมกระดาษหนังสือพิมพ์

วิธีการ ซ่อมสีรถยนต์ ด้วยตนเอง

  • ล้างและทำความสะอาดบริเวณที่จะซ่อมสีรถพร้อมเช็ดให้แห้ง
  • ใช้กระดาษทรายที่แช่น้ำมาขัดบริเวณที่เป็นรอยถลอกเบา ๆ เพื่อให้ผิวรถดูเรียบเนียน แล้วการล้างทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง
  • นำสีโป้วป้ายบริเวณที่เป็นรอยแล้วปาด ปรับระดับผิวให้เรียบจากนั้นรอสีให้แห้งประมาณ 15-30 นาที
  • นำเทปกาวและกระดาษหนังสือพิมพ์มาปิดทับบริเวณที่ไม่ต้องการซ่อมสี เพื่อกันละอองสีจากการพ่น
  • พ่นสีรองพื้นบาง ๆ ลงไปบนผิวที่โป้วสีรถยนต์
  • เขย่ากาหรือสเปรย์พ่นสี เพื่อให้เนื้อสีไม่จับเป็นก้อนแล้วสีเป็นเนื้อเดียวกัน ทดลองพ่นสีใส่กระดาษแล้วเทียบดูสีที่พ่นกับสีตัวรถ
  • เมื่อพร้อมแล้วก็ทำการพ่นสี โดยให้พ่นห่างจากตัวรถ 15-30 ซ.ม. โดยการพ่นแบบซ้าย-ขวาไปมา เพื่อให้สีไม่ไหลเยิ้มและรวมตัวกันเป็นหยดสีหรือกลุ่มก้อนได้
  • เมื่อสีที่พ่นดูสม่ำเสมอกันดีแล้วรอให้แห้ง แล้วจึงพ่นเคลือบเงาทับซ้ำ พร้อมแกะเทปกาวและหนังสือพิมพ์ออก
  • นำ WAX เคลือบสีมาขัดซ้ำในบริเวณที่ซ่อมสีเป็นอันเสร็จขั้นตอนการซ่อมสีรถด้วยตนเอง

จะเห็นว่าการ ซ่อมสีรถยนต์ ไม่มีความสลับซับซ้อนและยุ่งยากเลย แค่อาศัยฝีมือและศิลปะในการพ่นสี เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้รถที่เป็นรอยกลับมาดูดีได้อีกครั้ง แถมค่าใช้จ่ายในการซ่อมสีเองก็ราคาไม่แพงอย่างที่คิดและอุปกรณ์ที่มีก็สามารถไว้ซ่อมเองอีกได้ในอนาคต แต่ถ้าเป็นรอยที่มีขนาดใหญ่กินลึกถึงสีรองพื้นรถหรือถึงขั้นตัวถังรถมีรอยบุบ ก็ขอแนะนำให้ใช้บริการประภัยรถยนต์ที่ได้ซื้อไว้ตามแต่การใช้บริการว่าเป็นแบบซ่อมศูนย์บริการหรือซ่อมอู่ เพื่อให้ช่างที่มีความชำนาญได้ทำการซ่อมสีรถให้จะได้ผลที่ดีกว่า เนื่องจากหากมีรอยบุบก็ต้องใช้เทคนิคพิเศษในกาะเคาะให้กลับมาคงสภาพเดิมก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการซ่อมสีรถอีกต่อไป

More To Explore