ไม่จ่ายใบสั่ง กล้องตรวจจับความเร็ว ต่อทะเบียนรถได้ไหม มีผลอย่างไร?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่โดนใบสั่งจาก กล้องตรวจจับความเร็ว แต่มีนิสัยที่ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เมื่อใบสั่งถูกส่งตรงมาที่บ้าน แต่คุณรู้ไหมว่า หากคุณไม่จ่ายจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงไร สามารถต่อใบขับขี่ได้ไหม แต่เราเชื่อมั่นว่า ต้องมีบ้างที่คุณขับรถยนต์บนด่วน แล้วเจอช่วงถนนโล่ง ๆ และตัวเองเผลอเหยียบคันเร่ง จนเกินความเร็วมาตรฐานที่ทางกฏจราจรกำหนดไว้ จนถูกถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ทำให้ถึงขนาดต้องเสียค่าปรับ โดยที่เจ้าหน้าที่จะส่งจดหมายมาให้ถึงหน้าตูบ้าน แต่หากคุณเพิกเฉย ไม่จ่าย ไม่ชำระ หรือแกล้งทำเป็นลืม จะมีผลอะไรตามมาบ้าง ในวันนี้เราจึงขออาสานำคำตอบมาให้กับคุณ ซึ่งหากใครต้องการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ เชิญทางนี้ครับ

ขับรถเกิน 90 กม.ต่อชั่วโมง ไม่เกินผิดกฎหมาย แต่ห้ามเกิน 120 กม.ต่อชั่วโมง
โดนใบสั่งจากกล้องจราจร ต้องทำอย่างไร

โดนใบสั่งจากล้องจราจร ไม่จ่ายค่าปรับได้ไหม หรือใดนใบสั่งจากกล้องจราจรแล้วต้องไปจ่ายที่ไหน ถือเป็นคำถามยอดฮิตในหมู่คนใช้รถเป็นประจำทุกวัน โดยกล้องตรวจจับความเร็วเพื่อออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ แก่ผู้ที่กระทำผิดกฎจราจน ได้ถูกออกมาเริ่มใช้ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งล่าสุดมีการติดตั้งกล้องเลนเชนจ์ จับทั้งมนุษย์ปาด มนุษย์เบียด ในกรุงเทพมหานครอีก 15 จุด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 พร้อมใบสั่งทางไปรษณีย์ส่งตรงถึงหน้าบ้านหากคุณกระทำผิด แม้ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่รับรองได้ว่า คุณไม่พ้นแน่นอนด้วยความคมชัดระดับ Full HD แต่สุดท้าย ผิดเราก็ต้องว่าไปตามผิด และในบางครั้งเราอาจไม่ได้ตั้งใจก็ตาม กรณีเช่น เวลาที่คุณขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดไป 1 กม./ชม. เพราะอย่างที่รู้ดีอยู่แล้วว่า หลักฐานที่มาจากกล้องนั้น เถียงลำบาก หรืออาจเป็นการปาดเส้นทึบ แทรกคอสะพาน ภาพในใบสั่งที่จัดส่งมาให้ถึงหน้าบ้านนั้น ล้วนชัดเจนเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากคุณผิดจริง หรือไม่ผิดจริง สุดท้ายก็ต้องจ่ายค่าปรับไปตามหน้าที่ แม้จุดที่คุณพลาดนั้น คุณอาจไม่รุ้ว่าจุดนั้นมีกล้อง แต่ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด

โดนใบสั่งจากกล้องวงจรปิด ไม่ต้องจ่ายได้ไหม ต่อทะเบียนได้หรือป่าว

ประเด็นที่ว่า ได้ใบสั่งจากล้องวงจรปิดแล้วนั้น “ไม่จำเป็นต้องจ่าย” จริงไหม เนื่องจากมีข่าวลือออกมาว่า ศาลไม่อนุมัติให้ออกใบสั่งจากกล้อง เรียกเก็บค่าปรับนั้นไม่ได้ เราบอกคุณได้ตรงนี้เลยว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร ซึ่งหากใครยังเชื่อ ก็ถือว่าเข้าใจผิดอย่างแรง ซึ่งความจริงที่ถูกต้องคือ เมื่อคุณโดนใบสั่งทุกประเภท และผิดจริง คุณต้องจ่ายค่าปรับเท่านั้น ถึงจะพ้นผิดไปได้ มาถึงคำถามที่ว่า สามารถต่อทะเบียนได้ไหม อย่างไรก็ดี หากคุณไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วนั้น แม้จะต่อภาษีประจำปีได้ตามปกติ แต่จะมีการแจ้งว่ามีใบสั่งค้างชำระ แต่หากคุณยังไม่ยอมที่จะจ่า หรือจะดื้อที่จะไม่ชำระตามใบสั่งอีก กรมการขนส่งทางบกจะไม่ออกป้ายวงกลมให้ แต่โดยในปัจจุบันนี้ กลายเป็นสี่เหลี่ยมไปแล้ว โดยจะทำการออกหลักฐานชั่วคราวแทน 30 วัน แทนการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีแทน จากนั้นพอจ่ายค่าปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงจะได้รับป้ายภาษีติดหน้ารถได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้เมื่อคุณโดนใบสั่งจากกล้องจราจรแล้วไม่จ่าย แม้จะต่อภาษีได้ แต่ไม่ได้ป้ายวงกลม แต่คุณรู้ไหมว่า การใช้รถโดยไม่ติดป้ายวงกลมนั้น มีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท และที่แน่ ๆ อีกอย่างหนึ่งคือ หากเลยกำหนดชำระค่าปรับใบสั่ง และคุณยังไม่ชำระ คุณจะต้องโดนค่าปรับล่าช้าอีก 1,000 บาท เรียกได้ว่าจ่ายทบซ้ำซ้อนกันเลยทีเดียว ดังนั้นทางที่ดี เมื่อได้รับใบสั่งแล้วนั้น ควรทำการจ่ายให้เรียบร้อย ไม่งั้นคุณจะเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

ช่องทางชำระค่าปรับใบสั่ง หากไม่จ่ายใบสั่งมีผลอย่างไร
ช่องทางการชำระค่าปรับใบสั่ง มีมากมาย ให้คุณเลือกได้ตามสะดวก

อันดับแรกเลยคือ คุณสามารถเลือกจ่ายทันที ณ จุดตรวจ หรือด่านตรวจที่ออกใบสั่ง แต่ในกรณีนี้ ต้องไม่ใช่ใบสั่งจากกล้องจราจร เคาน์เตอร์เซอร์วิส อย่างเช่น 7-11 หรือจะเป็น CenPay ซึ่งเป็นในเครือของ Central Group เช่น Tops, HomeWorks, Power Buy, Super Sports, เซ็นทรัล, โรบินสัน, แฟมิลี่ มาร์ท เป็นต้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงตามธนาคารต่าง ๆ เช่น ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ได้ทั้งในเคาท์เตอร์ ตู้ ATM หรือจะเป็นผ่านแอพพลิเคชั่น KTB Netbank จากทางสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งในที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขาจากทั่วประเทศ รวมไปถึงสถานีตำรวจทุกท้องที่เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากคุณทำผิดกฎจราจรจริง ๆ แล้ว โดยที่ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ควรที่จะยอมรับในใบสั่งนั้น และรีบไปชำระค่าปรับให้เรียบร้อย เพราะการเลี่ยงไม่จ่ายนั้น เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไหนจะต้องเจอค่าปรับความล่าช้าที่มากหากเกินกำหนด ส่วนท่านใดที่จุลุ้นไปจ่ายอีกทีที่ศาลนั้น สิ่งแรกที่ต้องยอมรับคือ ต้องเสียเวลาที่นานเป็นแน่ ดังนั้นหากคุณไม่อยากที่จะจ่ายค่าปรับใบสั่ง และไม่อยากต้องทำในสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ในภายหลังนั้นคือ ให้คุณเริ่มต้นแก้ที่ตัวคุณก่อนว่า จะเริ่มต้นขับรถให้ถูกกฎจราจรก่อน เป็นสิ่งแรก

ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง มีผล หรือไม่มีผลอะไร อย่างไรบ้าง

สิ่งแรกเลยคือ งดเว้นต่อทะเบียนรถเป็นการชั่วคราว แต่คุณยังหาเพิกเฉยต่อใบสั่ง ตามที่กฎหมายกำหนดแล้วนั้น จะทำให้คุณไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ เพราะตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมานี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ในการเชื่อมข้อมูลใบสั่งของผู้ที่ทำผิดกฎจราจร จึงทำให้รู้ได้ทันทีวา มีใครบ้างที่มีใบสั่งติดตัวอยู่ และหากไม่ยังไม่ไปชำระค่าปรับนั้น ก็ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ ซึ่งข้อหาในการไม่ต่อภาษียานพาหนะ และยังหากนำรถออกไปวิ่ง โดยขาดการต่อทะเบียนภาษีรถยนต์นั้น หากคุณโดนตำรวจเรียก และโดนยึดใบขับขี่ และจากกรณีที่ไม่มีใบสั่งส่งมายังที่บ้านของคุณนั้น คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ แค่เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ https://ptm.police.go.th/eTicket/#/ จากนั้นทำการกรอกตัวเลขประจำตัวบัตรประชาชน และรหัสผ่าน เมื่อนั้นคุณจะเข้าสู่ระบบได้ทันที แต่หากคุณยังไม่ได้เป็นสมาชิก ให้คุณทำการเลือกไปที่ปุ่ม ลงทะเบียนการใช้งาน และทำการกรอกข้อมูลส่วนตัวตามความเป็นจริง และให้ถูกต้องตามที่เว็บ กรมตำรวจแห่งชาติกำหนด เมื่อคุณทำเสร็จเรียบร้อบแล้วนั้น ก็จะสามารถเข้าใช้งานได้ทันที จากนั้นคุณจะทำการตรวจสอบได้ว่า คุณมีการค้างค่าปรับจริงหรือไม่ และอย่างที่เราบอกไปข้างต้นนี้แล้วว่า คุณสามารถเลือกจ่ายตรงตามสถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ หรืออาจจ่ายผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย, ตู้บุญเติม, รวมไปถึงไปรษณีย์ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน แต่หากเกินกำหนด ก็โดนปรับค่าล่าช้าไปตามธรรมเนียม

จากนั้นเมื่อสรุปได้แล้วนั้นคือ เมื่อคุณโดนใบสั่ง ไม่ว่าจะทางไหนก็แล้วแต่ คุณต้องไปจ่ายในทุกกรณี ไม่งั้นคุณจะมีปัญหาเกี่ยวกับกรมขนส่งทางบก และหากใครยังนิ่งนอนใจ แม้ว่าจะมีใบสั่งอยู่ในมือ และยังต่อทะเบียน พรบ.ได้ตามปกติ แต่รู้ไหมว่า เคยมีกรณีตัวอย่าง ต่อทะเบียน พรบ. ได้ปกติในปีแรก แม้ว่าคุณจะค้างค่าใบสั่ง แต่หากเข้าปีที่ 3 แล้วนั้น เจ้าหน้าที่จะแจ้งอายัดทะเบียนคุณภายในทันที ดังนั้นหากใครที่สะดวกไปจ่ายที่ สน. ที่สามารถออกใบเสร็จแบบออนไลน์ได้ แนะนำคุณว่า ให้จ่ายช่องทางนั้น เพราะสะดวกและรวดเร็วทันใจได้อย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ หากคุณประพฤติตัวขับรถถูกกฎจราจร และมีมารยาทบนท้องถนน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะให้บนท้องถนนมีแต่ความเป็นระเบียบ

 

 

ปอย

ปอย

More To Explore