จุดบอด 5 ตำแหน่งที่คนขับรถต้องระวัง

การขับรถด้วยความระมัดระวังนั้นเป็นหน้าที่ของคนขับรถทุกคนที่ควรพึงระมักระวังเพื่อไม่ให้เกิดอบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็มีบางครั้งที่อุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความระมาทแต่มาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนที่ขับรถ ซึ่งความไม่รู้นี้มาจากหลายสาเหตุ อย่างการขับรถไปอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดบอด นั่นเอง เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าจุดอับสายตาที่ว่านั้นมีตำแหน่งไหนบ้าง?

จุดอับสายตาคืออะไร?

จุดบอด หรือจุดอับสายตาที่คนขับรถไม่สามารถมีวิสัยทัศน์ในการขับรถได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจุดอับสายตานี้เป็นจุดที่คนขับรถบนท้องถนนควรระวังและหลีกเลี่ยงการขับรถเข้าไปใกล้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยจุดอับสายตาทั้ง 5 จุดที่ว่าดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

  1. จุดอับสายตาจากสภาพท้องถนน ในการขับรถไปยังที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือการขับรถไปต่างถิ่นนั้นทำให้คุณจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะการขับรถไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนั้นทำให้คุณต้องใช้ทักษะในการขับรถบนสภาพถนนที่อาจขรุขระ รวมถึงสภาพเส้นทางที่เป็นทางโค้งหรือทางลาดชันอีกด้วย โดยสภาพท้องถนนที่ไม่เรียบและเป็นทางโค้ง ทางลาดชันเหล่านี้เป็นจุดอับสายตาของถนนที่ผู้ขับรถควรเปิดไฟสูงเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้กับคนที่ขับรถสวนมาทาบว่ามีรถของคุณกำลังขับไปอยู่และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขับรถตามกฎจราจร เช่น ไม่ควรแซงรถคันข้างหน้าขณะขับรถผ่านทางโค้งและควรขับรถด้วยความเร็วตามป้ายจราจรบอกเอาไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากกสภาพถนนที่ขับยากนั่นเอง
  2. จุดอับสายตาสายตาจากรถ ไม่เพียงแค่สภาพท้องถนนจะเป็นจุดอับสายตาในการขับรถเท่านั้น แต่รถคันอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมทางกับคุณนั้นก็สามารถเป็นจุดอับสายตาในการขับรถด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่มีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะป็นรถบรรทุก รถสิบล้อ รถบรรทุกแก๊ส รถบรรทุกปูน ล้วนแต่เป็นรถขนาดใหญ่ที่มีจุดอับสายตาด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งตำแหน่งที่เกป็นจุดอับสายตาของรถเหล่านี้มีหลายตำแหน่งเลยทีเดียว หากคุณต้องขับรถผ่านรถที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ควรพยายามขับให้มีระยะห่างจากรถเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเมื่อไหร่ที่คุณต้องการแซงรถขนาดใหญ่เหล่านี้ให้แซงขวาในจังหวะที่เหมาะสมและควรสังเกตรถคันข้างหน้าของรถขนาดใหญ่เหล่านี้ด้วยว่าเป็นรถขนาดใหญ่เหมือนกันหรือเปล่า เพราะหากเป็นรถขนาดใหญ่จะทำให้คุณแซงยากและอาจทำให้แทรกรถเข้าเลนซ้ายไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุได้
  3. จุดอับสายตาจากกระจกข้าง กระจกมองข้างนั้นสามารถเป็นจุดอับสายตาในการขับรถได้เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีรถขนาบข้างมาใกล้ ๆ รถของคุณแต่คุณมองไม่เห็นแล้วเผลอขับรถเข้าไปใกล้ก็อาจจะทำให้ชนกับรถข้าง ๆ ก็ได้ ฉะนั้นกระจกข้างจึงมีความสำคัญต่อการขับรถไม่น้อยเลยทีเดียว คนขับรถจะต้องปรับกระจกให้สามารถมองเห็นรถคันอื่น ๆ ที่กำลังตามมาด้านข้าง รวมถึงให้สามารถมองเห็นถนนเล็กน้อยและมองเห็นตัวถังรถของตัวเองประมาณ 20% ด้วยการเหลือบตามองเท่านั้น โดยไม่ต้องหันไปมองกระจก เพราะการหันไปมองกระจกข้างนั้นอาจทำให้เกิดจุดบอดและทำให้รถเสียหลักจากการมองกระจกได้
  4. จุดอับสายตาจากกระจกมองหลัง คนขับรถบางคนอาจคิดว่าการขับรถส่วนมากจะใช้เพียงแค่กระจกข้างเท่านั้น แต่ความจริงนั้นกระจกมองหลังเองก็มีส่วนสำคัญในการขับรถเป็นอย่างมาก เพราะหากคุณต้องการแซงรถคันข้างหน้านั้นก็จะต้องใช้กระจกมองหลังในการมองรถที่อยู่ข้างหลังเพื่อให้กะระยะในการแซงได้ถูกต้อง อีกทั้งการขับรถเข้าจอดนั้นก็ต้องใช้กระจกหลังในการกะระยะอีกด้วย หากคุณไม่สามารถมองเห็นรถได้จากกระจกหลังได้อาจทำให้คุณกะระยะผิดได้ ฉะนั้นหากรถของคุณมีของเกะกะอยู่ข้างหลังรถอยู่แล้ว ควรเก็บสัมภาระให้เรียบร้อยเพื่อให้สามารถมองเห็นรถคันหลังได้อย่างชัดเจน
  5. จุดอับสายตาจากเสาเอ หลายคนอาจะยังไม่ทราบว่าเสาเอาคือตำแหน่งเสาส่วนใดของรถ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันเสาเอกันก่อน โดยเสาเอนั้นเป็นเสาบริเวณหน้ารถทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นเสาที่ทำให้คนขับรถไม่สามารถมองเห็นรถที่จะสวนมาได้อย่างชุดเจน ฉะนั้นจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเจอรถขับสวนได้บ่อย ๆ วิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดจุดอับสายตาจากเสาเอคือการให้คุณปรับเบาะที่นั่งของตัวเองเวลาขับรถให้พอดี โดยความห่างจากหลังคารถจนถึงศีรษะเวลาขับรถนั้นควรห่างกันประมาณ 6 นิ้ว เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นรถคันอื่น ๆ ได้ในระดับสายตาที่เหมาะสม

 

เห็นแล้วใช่ไหมว่าการขับรถที่ไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นไม่ได้มีเพียงการขับรถโดยไม่ประมาทเท่านั้น แต่ต้องขับรถด้วยความรู้ที่มากพออีกด้วย ซึ่งการรู้จักจุดบอดนั้นทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการขับรถเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้นได้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องใช้รถใช้ถนนแล้วล่ะก็อย่าลืมเอาความรู้เรื่องจุดอับสายตาที่อันตรายทั้ง 5 จุดนี้ไปใช้ในการขับรถเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาด้วยล่ะ

More To Explore